"วรพงษ์"เผยยอดตรวจโรงสีข้าว ล่าสุดพบผิดปกติเหลือแค่26แห่ง พบข้าวเกินกว่า4-5หมื่นตันทั่วประเทศ
พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้า ของการตรวจสอบโกดัง โรงสี และคลังกลางในโครงการรับจำนำข้าว ว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบโกดัง และโรงสีทั่วประเทศ ครบทั้ง 2,071 แห่งแล้ว การทำงานเสร็จสิ้น 100 เปอร์เซ็นต์ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลจากการลงพื้นที่ของแต่ละท้องที่ส่งมายังศปก.ตร.เบื้องต้นพบว่ามีความผิดปกติในเรื่องของปริมาณข้าวสารที่ขาด และเกิน ไม่ตรงกับบัญชีที่แจ้งไว้ 26 แห่ง หลังจากวานนี้ตรวจพบความผิดปกติ 29 แห่งเนื่องจากมีโรงสี 3 แห่งสามารถชี้แจงตัวเลขและความผิดปกติที่ตรวจพบได้ โดย แห่งแรกคือโรงสีในจังหวัดเชียงรายที่มีการตรวจพบรำข้าว และข้าวหมดอายุ ปนกับข้าวสารกว่า 1 พันตัน ต่อมาผู้ว่าฯเชียงรายและผู้บังคับการจังหวัดเชียงรายได้ไปตรวจสอบอีกครั้งและพบว่าเป็นกองข้าวที่เตรียมไว้ทำเป็นเชื้อเพลิง แห่งที่ 2 คือโรงสีในจังหวัดอุทัยธานี ที่พบว่ามีข้าวเกิน ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้าวนอกโครงการจริง และแห่งที่ 3 คือโรงสีในกรุงเทพฯ ซึ่งมีข้าวเกินมา 39 กระสอบ สามารถชี้แจงที่มาได้
พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวอีกว่า ทั้ง 26 แห่งที่ตรวจพบความผิดปกติ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการมีข้าวสารเกินกว่าบัญชีทั้งหมดทั่วประเทศ 3-4 หมื่นตันบางแห่งเกิดมา 1 พันกว่าตัน ส่วนที่ขาดรวมทั้งหมดประมาณ 300 กว่าตัน ซึ่งส่วนที่เกินมาในแต่ละที่ทางเจ้าของโรงสีก็เซ็นต์ยอมรับว่าเกินมาโดยให้เหตุผลว่าข้าวเกินเพราะทาง อคส.สั่งให้สีแต่สีไม่ทันทำให้ข้าวตดค้างซึ่งตรงจุดนี้ต้องตรวจสอบว่ามีคำสั่งให้สีเมื่อไหร่อย่างไร นอกจากนั้นก็มีเรื่องข้าวที่ไม่สะอาดก็ต้องไปตรวจสอบ ตอนนี้เรายังไม่มีการดำเนินคดีกับใครอยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐานอย่างชัดเจน ซึ่งเราจะพยายามทำให้เร็วที่สุดแต่ทั้งนี้ทัเงนั้นก็ขึ้นอยู่กับการให้ความร่วมมือกับของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องการจัดส่งเอกสารด้วย
พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวอีกว่า หากการตรวจสอบแล้วพบว่ามีความผิดมีการทุจริตก็เชื่อว่าต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องรู้เห็นดวยในเรื่องของการสั่งให้สีข้าวแล้วไม่มีแต่ในขั้นนี้ยังไม่สามารถบอกได้ต้องรวบรวมพยานหลีกฐานให้ชัดเจนซึ่งต้องเวลา การทำงานของตำรวจจะต้องขัดเจนเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเราไม่สามารถไปกล่าวหาหรือดำเนินคดีได้หากขาดหลักฐานตอนนี้พนักงานสอบสวนก็เร่งดำเนินการอยู่





