ชุดปฏิบัติการณ์ลงพื้นที่ พบข้าวหาย-ข้าวงอกอื้อ ชัยภูมิ-เพชรบูรณ์ ล่องหน นนทบุรี- อุทัยธานีเกิน เชียงรายปลอมปน
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. ร่วมประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เรนต์ติดตามการตรวจสอบปริมาณข้าวคงเหลือ และคุณภาพข้าวในสต๊อกข้าวตามโครงการรับจำนำข้าวจากทั่วประเทศ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 ได้รายงานผลการตรวจสอบโรงสีและโกดังคลังกลางเก็บข้าวเสร็จสิ้นแล้วในบางพื้นที่
นครบาลพบว่ามีข้าวสารเกิน 39 กระสอบ จากการตรวจสอบเบื้องต้นทางโรงสีชี้แจงว่าชาวบ้านเอาข้าวของตนเองมาสีด้วย ส่วนการตรวจสอบใน พื้นที่ภ.1 พบสิ่งผิดปกติที่อ.บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ได้รับแจ้งมีข้าว 64 ตัน แต่ตรวจพบข้าวในโกดัง 140.80 ตัน มีข้าวเกินมาประมาณ 75 ตัน จังหวัดชัยนาท ได้รับแจ้งมีข้าวเปลือก 132.99 ตัน ตรวจพบข้าวเปลือก 3,339.55 ตัน และพบข้าวสาร 555ตันปะปนกับปลายข้าว แกลบ รำเสีย ซึ่งเจ้าของโรงสีชี้แจงว่า โรงสีเสีย 1 สัปดาห์ ทำให้สีข้าวไม่ทัน จึงทำให้มีปริมาณข้าวมากกว่าปกติ และจังหวัดสมุทรปราการ ตรวจพบข้าวเปลือกเกินมา 7 ตันเศษ พื้นที่ ภาค2พบคลังกลาง2แห่งในจ.ฉะเชิงเทรา มีการรมยาไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ พื้นที่ภ.3 พบว่าที่จังหวัดชัยภูมิ ข้อมูลเดิมมีข้าว 442 ตัน แต่ตรวจพบข้าวแค่ 55 ตัน เมื่อสอบถามไปทางโรงสีได้รับแจ้งว่ามีข้าวส่วนหนึ่งถูกส่งเข้าคลังกลาง ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมยังพบว่าโรงสีถูกแจ้งความข้อหาปลอมแปลงเอกสารไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนพื้นที่ภ.4 พบข้อพิรุธในจังหวัดกาฬสินธ์ ได้รับแจ้งมีข้าวเปลือก 20ตัน แต่ตรวจสอบไม่พบข้าวในโรงสี เนื่องจากโรงสีปิดกิจการแล้ว ส่วนการตรวจสอบในพื้นที่ภ. 5 พบความผิดปกติที่จังหวัดเชียงราย ได้รับแจ้งตามบัญชีว่ามีข้าวสาร 1,728 ตัน แต่ตรวจสอบพบอาหารสัตว์ อัดเม็ดข้าว ข้าวหมดสภาพรวมในโรงสั 1,000 ตัน ขณะที่พื้นที่ภ.6 ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ มีข้าวขาด ซึ่งสรุปความเสียหายได้ 5,678 ตัน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว โดยเจ้าของโรงสีได้เข้ามอบตัวเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา และพื้นที่ ภ.9ในจังหวัดสงขลา มีปริมาณข้าวเปลือกขาด 625 ตัน และข้าวสารขาด 408 ตัน
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จากการตรวจสอบโรงสีและคลังกลาง ขณะนี้เสร็จสิ้นแล้วในพื้นที่นครบาล ภ.2-3 ส่วนพื้นที่อื่นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยเบื้องต้นพบสิ่งผิดปกติ หรือสถานการณ์ที่บ่งชี้ว่าอาจมีการทุจริตในบางแห่ง ทั้งกรณีข้าวเกินและข้าวขาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียดทุกกรณี อย่างเช่น พื้นที่นครบาลพบข้าวเกิน 1 กรณี พื้นที่ภ. 1 มีข้าวเกินมา 3 กรณี พื้นที่ภ. 3 ที่จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเจ้าหน้าที่อคส.ได้แจ้งความไว้แจ้งตั้งแต่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา พื้นที่ภ. 5 พบว่ามีอาหารสัตว์ รำ วัตถุแปลกปลอมปนมา 1,000 ตัน พื้นที่ภ. 6 มีข้าวขาดที่เพชรบูรณ์ เจ้าของโรงสีได้มอบตัวและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีแล้ว พื้นที่ภ.9 พบข้าวสารและข้าวเปลือกขาด 1 กรณี ทั้งนี้ ยังมีหลายโรงสีที่ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากมีการรมยาไว้ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยโรงสีหรือคลังกลางที่ยังไม่ได้ตรวจ จะมีเจ้าหน้าที่เฝ้าอยู่ในพื้นที่ เพื่อไม่ให้มีการโยกย้ายข้าวสารเข้าหรือออกนอกพื้นที่ และต้องตรวจสอบให้ได้ว่ารมยาก่อนวันที่ 20มิ.ย.จริงหรือไม่
ต่อมาเวลา 17.30 มีการประชุมรายงานสถานการณ์อีกครั้ง โดยนายณัฐวุฒิ แถลงว่า การตรวจสอบครบแล้วหลายหน่วย ยืนยันเหตุแล้ว น. มีข้าว เกิน 39 กระสอบแต่ ไม่ปรากฏว่าผิดปกติ ภ.2ไม่ปรากฏผิดปกติ เพียงแต่เข้าไม่ได้เพราะรมยา ภ.3.มีการรมยาที่จ.อุบลราชธานี ส่วนที่จ.ชัยภูมิ ดำเนินคดีไปแล้ว ภ.4.ไม่ผิดปกติ โดยก่อนหน้าที่พบในกาฬสินธุ์ตรวจสอบแล้วโรงสีนี้ปิดรับจำนำไปแล้วตั้งแต่28ก.พ.ข้าวเข้าคลัลอคส.ไป ภ.8 ข้าวเปลือก ข้าวสารเกินที่ จ.นครศรีธรรมราช โรงสีพัฒนโสภณเจริญพานิช ปากพนังเกินมา668 ตันและที่ โรงสี ส.สมบูรณ์ ข้าวเปลือก สาร 78 ตันข้าวสารเกิน211ตัน ขณะที่หน่วยซึ่งยังตรวจสอบไม่เสร็จ คือภ.1เบื้องต้น พบข้าวสารเกิน 75ตัน โรงสีแห่งหนึ่ง นนทบุรี เจ้าของกำลังพยายามแจกแจง ภ.5.เชียงรายปะปนอาหารสัตว์ ข้าวอัดเม็ดด้อยคุณภาพ
ภ.6.เป้าหมาย146ยัง ไม่สรุป เบื้องต้นรายงานข้าวหายที่เพชรบูรณ์ 5600 ตัน นครสวรรค์หาย100ตัน อุทัยธานีหาย 490กระสอบ เกิน 1,500กระสอบ ข้าวเปือกเกิน 13,000 ตัน สารเกิน 326ตันภ.7.สุพรรณบุรี และภาค9ยังรอรายงานภ.9 ที่โรงสีเอกสุวรรณการค้า ข้าวเปลือก644 สารหาย 308 ทั้งนี้ยังไม่ปรากฎผิดเพิ่มจากรอบที่ผ่านมา มีนครศรีธรรมราช เชียงราย นนทบุรี นครสวรรค์ที่แจ้งข้าวสารหาย3เกษตรนิว ตอนนี้การตรวจแล้ว 80% พบผิดปกติไม่ถึง1%





