วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลาโหมตั้งเป้าลดกำลังพล 20 %

กลาโหมตั้งเป้าลดทหารแก่ จัดโครงการเกษียณอายุ หวังลดกำลังพล 20 % หวังทำกองทัพกะทัดรัดขึ้น

พ.อ.ธนาธิป ส่วางแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมที่มีพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม เป็นประธานในการประชุมว่า ตามที่รมว.กลาโหมได้ประกาศเจตนารมณ์ให้มีการปรับขนาดกำลังพลให้มีความเหมาะสมกับภารกิจ ด้านสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจึงได้จัด”โครงการเกษียณอายุราชการ”ขึ้น ซึ่งเป็นโครงการที่เคยจัดมาแล้วในปี 2552 เพื่อลดกำลังพลที่มีอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป ทำให้กองทัพกะทัดรัดขึ้น และเป็นการแก้ปัญหากำลังพลผู้สูงอายุ เป็นการประหยัดงบประมาณในภาพรวมของ บำเหน็จ บำนาญได้ ในอนาคตจำนวนกว่า 1,000 ล้านบาท

"ส่วนคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการ 1.จะต้องมีอายุราชการ 50 ปีขึ้นไป 2.มีเวลารับราชการไม่ต่ำกว่า 2 ปีขึ้นไป โดยสิทธิ์ประโยชน์ของกำลังพลที่จะได้เงินก้อนจูงใจจำนวน 10 -15 เท่า ของเงินเดือนสุดท้ายที่ได้ ระยะเวลามีกำหนด 5 ปี ตั้งแต่ 1 ต.ค.56 - 1 ต.ค. 60 จำนวนของผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการลาออกทั้งสิ้นมี 10 เปอร์เซ็นต์ จากยอดกำลังพลทั้งหมด 5,901 นาย หากมีกำลังพลต้องการจะร่วมโครงการเกิน 10 เปอร์เซ็นต์ เราจะพิจารณาจากคนที่มีตำแหน่งประจำก่อน และเป็นหน่วยกำลังรบ และสนับสนุนในการรบ ทั้งนี้ต้องการให้หน่วยกำลังรบได้มีกำลังพลที่มีอายุน้อย และมีความคล่องตัว ไม่มีปัญหาในเรื่องของอายุในเรื่องของการดูแลงาน ในเรื่องของชั้นยศก็จะพิจารณาจากนายทหารชั้นประทวนก่อนหลัก ในส่วนของผู้เข้าร่วมโครงการยศชั้นนายพล มีโอกาสสมัครใจเพื่อลาออกก่อนเกษียณอายุราชการเหมือนกัน แต่ต้องมีอายุราชการเหลือไม่ต่ำกว่า 2 ปี และไม่นับวันทวีคูณ"โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว

พ.อ.ธนาธิป กล่าวต่อว่า สำหรับจำนวนยอดเงิน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ1. เงินก้อนจะมีทั้งสิ้น 1,982 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับไปเลย โดยใช้งบประมาณของหน่วยเองคืองบประมาณ บุคลากร ไม่ได้ขอเพิ่มเติมจากรัฐบาลแต่อย่างใด ส่วนที่2. เป็นเงินบำเหน็จ บำนาญ จำนวนเงิน 2,726 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ต้องขอจากรัฐบาล จากสำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง สำหรับการประชุมที่ผ่านมา กรมเสมียนตราได้จัดประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น กรมสรรพกร กรมบัญชีกลาง สำนักงานข้าราชการพลเรือน เข้ามาหารือรวมกัน และเห็นว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่เหมาะสม เงินต่างๆที่ได้มานี้ทางกระทรวงกลาโหมขอยืนยันว่า ไม่ใช่สิทธิ์ประโยชน์ของกำลังพล แต่เป็นในส่วนที่ทางกระทรวงกลาโหมต้องการที่จะปรับลดกำลังพลให้เกิดความเหมาะสม ซึ่งเรามีการตั้งเป้าเพื่อลดกำลังพลเพื่อให้เกิดความเหมาะสม ร้อยละ 20 เปอร์เซ็นต์ เพราะกำลังพลที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปมีร้อยละ 26.6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งที่ผ่านมามีการดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ปี 2551 -2556 มีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว กว่า 20,000 นาย และโครงการในปีนี้จะนำเข้า ครม.ในวันที่ 2 ก.ค.