"การสอบสวนคืบหน้าเกินกว่า 50% ภายในก.ย.รู้ผลว่าจะชี้มูลใครได้บ้าง จะแจ้งข้อกล่าวหาได้หรือไม่" : วิชา มหาคุณ
นโยบายรับจำนำข้าว สามารถซื้อใจชาวนา และทำให้พรรคเพื่อไทย ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย แต่จากวันนี้ไป นโยบายเดียวกันนี้กำลังเป็นยาขมของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำต้องกล้ำกลืน "ลดราคาจำนำ" เพื่อไม่ให้รัฐบาลพัง และยังเสี่ยงต่อการชี้มูลเรื่องทุจริตจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยกรรมการป.ป.ช. นายวิชา มหาคุณ บอกกับกรุงเทพธุรกิจว่า พร้อมจะสรุปสำนวนสอบสวนและชี้มูลได้ในเดือนก.ย.นี้
อนุกรรมการสอบสวนป.ป.ช.ดำเนินการเรื่องร้องเรียน หลังจากที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เสนอให้ป.ป.ช.ตรวจสอบว่า โครงการรับจำนำข้าว มีกระบวนการบางอย่างไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกข่าวนั้น จำนวนที่รัฐบาลบอกว่าส่งข้าวออกจริงหรือไม่ มีบริษัทส่งออก แต่บริษัทนั้นเป็นเรื่องการส่งออกโดยได้รับผลประโยชน์ มีคนอยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่การส่งออกโดยรัฐต่อรัฐ ไม่ใช่การขายแบบจีทูจี อย่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ แจ้งไว้ ซึ่งนายวิชา บอกว่า ป.ป.ช.เราได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวน ขณะนี้คืบหน้าไปเยอะ คิดว่าเกินกว่า 50% ขณะนี้เราได้ข้อมูลมาเกือบครบแล้ว กระทรวงพาณิชย์ก็ส่งข้อมูลมาแล้ว หลังจากมีการพูดคุยขอให้ส่งมาเถอะ เพราะเป็นเรื่องประโยชน์ของทางราชการ
หลักฐานสำนวนอีกส่วนหนึ่งส่งมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ในฐานะที่สอบสวนทุจริตจำนำข้าว พร้อมหลักฐานการจับกุมผู้กระทำผิดกรณีสวมสิทธิ์ พบว่า มีการส่งข้าวแถวชายแดนจำนวนมาก แสดงให้เห็นข้อบกพร่องในการดำเนินการ
มีบางเรื่องเปิดช่องให้มีการทุจริตกันได้ อนุป.ป.ช. เราต้องดูว่าปรากฎการณ์นั้นเป็นไปตามที่มีการร้องเรียนมั๊ย นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ เกี่ยวข้องหรือไม่
นายวิชา ระบุถึงการรวบรวมพยานหลักฐาน ว่าพยานปากสำคัญ อาทิเช่น อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องการให้ข้อมูลก็มี อย่างเช่น นายกสมาคมค้าข้าว หรือคนที่เคยเกี่ยวข้องมาก่อน คือ นายเกริกไกร จีระแพทย์ ที่มีความชำนาญด้านการข้าว ก็เข้ามาให้ข้อมูลในส่วนที่ท่านรู้
ขณะที่แนวทางการไต่สวน
นายวิชา บอกว่า อนุป.ป.ช.เตรียมแนวทางการไต่สวนไว้เป็นไปตามจังหวะที่เราวางแนว มีบางกรณีที่บางราย พยานหลักฐานไม่ได้เตรียมไว้ แต่มีผู้มาขอให้ถ้อยคำ เราก็รีบดำเนินการ หลายคนตั้งใจมาช่วยเรา ทำให้การไต่วสวนก้าวหน้า แต่มีหน่วยงานอย่างธนาคาร ที่ไม่ใช่ธนาคารของรัฐ เราต้องการสอบเส้นทางเงิน พยายามขอเอกสารไปแต่ยังไม่ได้ ขณะที่ป.ป.ช.มีอำนาจที่จะดำเนินการได้โดยฉับพลัน คือกฎหมายใหม่ป.ป.ช.ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ แต่เราไม่อยากใช้ตรงนั้น จึงได้เร่งรัดไป แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องใช้กฎหมายป.ป.ช.
ส่วนเนื้อหาหลัก นายวิชา บอกว่า ดูว่าการร้องเรียนทุจริตมันมีช่องทางไหนบ้าง โดยมาจากผู้ร้อง คือนพ.วรงค์ โดยเฉพาะเรื่องการซื้อขายรัฐต่อรัฐ มีการร้องเข้ามาว่า เป็นเรื่องเอกชนตั้งบริษัทโดยไม่ชอบ เพื่อการค้าข้าวโดยเฉพาะมีคนได้ประโยชน์ ล่าสุดหลังการอภิปรายของนพ.วรงค์ ก็มาให้หลักฐานเพิ่มเติม
ตอนนี้จึงเรียกได้ว่า การสอบสวนคืบหน้าเกินกว่า 50 % ภายในเดือนก.ย.นี้ จะรู้ผล ว่าจะชี้มูลใครได้บ้าง หมายความว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาได้หรือไม่ ที่สอบมาเพียงแต่แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ และมาให้ข้อมูล เรายังไม่ได้แจ้งเขาไปว่าเราเห็นแล้วว่าสมควรแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อให้มาแก้ข้อกล่าวหา ส่วนนี้่จะเป็นอีกช่วงเราคงจะเร่งพิจารณา
กรรมการป.ป.ช.บอกว่า เป็นไปได้ว่ามีการทุจริตเรื่องข้าว สำหรับนักการเมืองอนุป.ป.ช.จะสอบสวน ส่วนที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินคดี
ขณะที่กรณี ป.ป.ช.โดนกล่าวหาถ่วงเวลาสอบสวนเรื่องนี้ นายวิชา บอกว่าเรื่องข้าวป.ป.ช.ทำ 2 ทาง มีสองคดีที่ซ้อนกันในอำนาจอนุกรรมการที่ได้รับอำนาจจากป.ป.ช. คือ ประกันราคา ในสมัยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเรื่องทุจริตจำนำข้าว ในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ทั้ง 2 เรื่องพยานมีจำนวนมาก มีข้อมูลมาก อีกทั้งเรื่องรับประกันเวลาล่วงมาหลายปี เราพยายามทำทั้ง 2 คดีนี้เต็มที่
สำหรับการจำนำข้าว ที่ป.ป.ช.เคยทำหนังสือท้วงติงไปยังรัฐบาล นายวิชาระบุว่า เป็นข้อที่จะนำมาประกอบว่ารัฐบาล ได้ทำตามข้อท้วงติงครบถ้วนหรือไม่ รัฐบาลเชื่อตามที่มาตรการเสนอไปไหม อนุป.ป.ช.จะนำมาประกอบพิจาณาในข้อที่ว่า รัฐบาลเขาจงใจหรือเจตนาที่จะสร้างเรื่องให้เกิดทุจริตหรือไม่
ต่อกรณีนี้คนที่รับผิดชอบสูงสุด นายวิชา บอกว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงคนกำหนดนโยบายสูงสุด คือ นายกรัฐมนตรี ตอนนี้ต้องมาดูว่าพาดพิงถึงใคร ก็จะแจ้งข้อหา แต่ ณ ตอนนี้ ไม่ได้พาดพิงใคร นอกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ข้าราชการประจำในตำแหน่งที่รองจากรมว.พาณิชย์ แต่อนุป.ป.ช.ยังไม่ตั้งเป็นข้อกล่าวหา
ในประเด็นที่รัฐบาลประกาศลดราคารับจำนำข้าว จะช่วยแก้เรื่องคอร์รัปชันได้ไหม นายวิชา บอกว่า มันเป็นนโยบายทางการเมือง ที่คิดเรื่องนี้ว่าเกี่ยวกับเศรษฐกิจ งบประมาณ การเงิน การคลังของประเทศมากว่าที่จะมองว่าสามารถป้องกันทุจริต ได้หรือไม่ รัฐบาลคงไม่คิด คิดแต่ว่าเงินพอหรือไม่พอ มีการท้วงติง แต่แรกว่าการใช้เงินมหาศาล มากเกินหลักการก่อหนี้สาธารณะที่รัฐบาลจะรับได้แล้ว เหมือนฟางที่จะวางลงไปบนหลังลา คือหลังจะหักแล้วเขาต้องถอนเอาของที่จะขนไปเอาลงซะบ้าง
ส่วนจะเตือนรัฐบาลอะไรบ้าง นายวิชา ระบุว่า มีข้อท้วงติงจากคนที่เกี่ยวข้องกับการค้าข้าว คนที่เป็นเกษตรกรที่แท้งจริง โครงการนี้ที่เสียหายหนักที่สุดคือ เราเป็นชาติส่งออกข้าวสูงที่สุดในโลก เราไม่เคยสูญเสียตำแหน่งนี้ ข้าวได้รับความเชื่อถือ ขณะนี้กรณีนี้จะกลายเป็นกรณีทำให้เราเป็นชาติที่มีปัญหาเรื่องข้าว เพราะมันกระทบวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ความนิยมยกย่องของโลกที่มีต้องเรา
ขณะที่สถาบันจัดอันดับ เอสแอนด์พี หรือองค์กรต่างๆ เช่น เวิลด์แบงก์ เราต้องฟังเขาเพราะเขาหวังดีต่อเรา มองเราเป็นประเทศที่น่ายกย่อง
ส่วนตัวกังวลเรื่องนี้การทำให้การค้าข้าวที่เป็นของสูง เป็นพระแม่โพสพ ที่เรากราบไหว้ เวลานี้มีผู้เอามาเป็นส่วนแสวงหาผลประโยชน์ ทุจริตขนาดใหญ่โดยอาศัยแม่โพสพ ทำให้คนหวังดีต่อเรา ยังมองว่าประเทศไทยจะลงไปสู่ทางต่ำหรืออย่างไร ไม่มีทางแก้หรือ
"ผมไม่อยากให้มองว่า ป.ป.ช.ฟันแน่ อย่าไปคิดขนาดนั้นเรายังไม่ได้มองว่า รัฐบาลตั้งใจทุจริตหรือเปล่า ถ้าตั้งธงแต่แรกไม่ใช่องค์กรอิสระ แต่ที่ทำเพื่อให้ดำเนินการโปร่งใส ให้เป็นที่ชัดเจนว่าใครถูกใครผิด รัฐบาลยังไม่ถูกกล่าวหา ตอนนี้เราเพียงหาข้อมูลต่างๆ ถ้าหากว่าจะเป็นประโยชน์ในส่วนอื่นๆ จะทำให้ชาติเราดีขึ้น การสอบสวนนี้ไม่ใช่เฉพาะป.ป.ช.ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ทำ เรากำลังจะได้ข้อมูลสำคัญจากผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงอยากแจ้งว่า ทุกหน่วยที่ดำเนินการ หากมีข้อมูล ส่งมาเราพร้อมรับ ใครที่เห็นความผิด มีส่วนเกี่ยวข้องกับนักการเมือง หรือข้าราชการระดับสูง ให้แจ้งเรามา"
"อย่าไปตั้งธงว่าทุจริตหรือเปล่า อะไรหรือเปล่า แต่เรื่องทุจริตมีแน่ มันเห็นชัดเจน แต่ว่าจะเกี่ยวข้องกับใครต้องรอดู"นายวิชา ย้ำ





