ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ชี้หลังเจรจาบีอาร์เอ็นรอบ3ความรุนแรงไม่มีหยุด จับตาก่อนเข้าสู่เดือนถือศีลอดบีอาร์เอ็นส่งแผนลดความรุนแรง
นายศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ และเป็น1ในตัวแทนคณะผู้ร่วมทีมในกระบวนการพูดคุยสันติภาพกับแกนนำกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐที่ประเทศมาเลเซีย ทั้ง3ครั้งที่ผ่านมา เปิดเผยว่า หลังสิ้นสุดการพูดคุยสันติภาพครั้งล่าสุด พบว่าความรุนแรงในพื้นที่ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับ2ครั้งก่อนหน้านี้ค่อนข้างชัด
แม้ในห้วงเวลานี้จะยังไม่อยู่ในกรอบเวลาตามที่มีการตกลงร่วมกันระหว่างเลขาฯสมช.กับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น ที่จะลดระดับความรุนแรงลงในช่วงเดือนรอมฎอน หรือเดือนถือศีลอดของพี่น้องมุสลิมก็ตาม แต่บรรยากาศของการก่อเหตุอย่างหนักและต่อเนื่องทำให้เกิดผลตามมาคือ ความความอดทนของประชาชนในพื้นที่เริ่มสงสัยว่าแกนนำของขบวนการบีอาร์เอ็นจะสามารถส่งสัญญาณไปถึงแนวร่วมเพื่อให้ลดความรุนแรงในช่วงที่มีการตกลงได้จริงหรือไม่
"สิ่งที่เป็นห่วงคือความอดทน และความคาดหวังของประชาชนที่อาจไม่สามารถรอได้เพราะการพูดคุยมีการตกลงลดความรุนแรงในเดือนรอมฎอนแต่ขณะนี้กลับมีความรุนแรงปรากฎอย่างหนักและต่อเนื่อง ทำให้อาจจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของคนในพื้นที่ต่อกระบวนการสร้างสันติภาพ"นายศรีสมภพ กล่าว
นายศรีสมภพ กล่าวต่อว่า ข้อตกลงได้กำหนดให้แต่ละฝ่ายต้องส่งแผนในปฏิบัติการลดความรุนแรงให้แต่ละฝ่ายได้ร่วมกันพิจารณาก่อนเข้าสู่ห้วงของเดือนรอมฎอนเพื่อให้เกิดภาพหรือขั้นตอนการเดินหน้าสันติภาพร่วมกันที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งในช่วงเวลาลดความรุนแรงมาถึงทั้งสองฝ่ายจะได้เห็นว่าทุกอย่างเป็นตามแผนที่ตกลงหารือร่วมกันไว้หรือไม่
"สิ่งที่ต้องจับตาจากนี้ไปจะเป็นบทพิสูจน์ว่า แกนนำขบวนการบีอาร์เอ็นจะสามารถแสดงให้เห็นว่าสามารถสั่งการหรือควบคุมการลดระดับความรุนแรงได้หรือไม่ เพราะเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ในช่วงก่อนรอมฎอนนั้นไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นฝีมือแนวร่วมกลุ่มหรือเครือข่ายใด ดังนั้นเมื่อถึงเวลาตามกรอบของการลดความรุนแรงทุกฝ่ายจะได้เห็นว่ากลุ่มบีอาร์เอ็นสามารถควบคุมสถานการณ์ได้จริงหรือไม่"นายศรีสมภพ กล่าว
จากสถิติการรวบรวมข้อมูลของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ พบว่าช่วงเดือนรอมฎอนทุกปีจะมีคลื่นความถี่ของการเกิดเหตุรุนแรงในเดือนถือศีลอดอยู่ตลอด ซึ่งในแต่ละปีจะมีช่วงรุนแรงสำคัญๆเกิดขึ้น เช่น ห้วงสิบวันแรกของการเข้าสู่การถือศีลอด แต่ในบางปีก็จะรุนแรงในช่วงสิบวันสุดท้ายก่อนสิ้นสุดการละศีลอด ด้วยเหตุนี้เดือนถือศีลอดปีนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่าบีอาร์เอ็นจะยับยั้งความรุนแรงได้จริงหรือไม่





