วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปชป.ดักคอรัฐบาลตรวจโรงสีตีปี๊บล่วงหน้า

ประชาธิปัตย์ดาหน้าถล่มทุจริตโครงการจำนำข้าว จี้สอบข้าวถุงล่องหนอีก 1.6 ล้านตัน ดักคอรมช.พาณิชย์ตรวจโรงสีทั่วประเทศ แต่กลับตีปี๊บล่วงหน้า

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงที่พรรคเมื่อวานนี้ (22 มิ.ย.) เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว มากกว่าการปรับลดราคารับจำนำลงจากเดิมตันละ 15,000 บาท เป็น 12,000 บาท โดยบอกว่า การปรับลดราคาจำนำถือว่าเป็นการแก้ปัญหาแบบเกาไม่ถูกที่คัน ทำให้ชาวนาเสียประโยชน์ และที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยตอบคำถามว่ามีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาปรับลดราคารับจำนำอย่างไร อีกทั้งยังดำเนินการอย่างฉุกละหุก ชี้ให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว

"โครงการจำนำข้าวเหมือนกลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก ทำให้เกิดความผิดพลาดไปหมด เริ่มตั้งแต่ประกาศรับจำนำข้าวในช่วงแรกตันละ 15,000 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดโลก จึงไม่มีชาวนาที่ไหนมาไถ่ถอนคืน ทำให้รัฐบาลมีข้าวในสต๊อกมาก ไม่สามารถระบายออกได้ เกิดปัญหาข้าวเน่า"

ส่วนกรณีที่รัฐบาลประกาศตรวจสอบโกดัง โรงสี และไซโลเก็บข้าว 1,600 แห่งทั่วประเทศ ในวันที่ 29 มิ.ย.นั้น นายองอาจ ตั้งคำถามว่า ทำไมรัฐบาลเพิ่งคิดออกไปตรวจโรงสีและโกดัง ทั้งๆ ที่โครงการนี้ดำเนินการมา 2 ปี และมีความเสียหายเกิดขึ้นนานแล้ว การตรวจช่วงนี้ถ้าพบการทุจริตก็จะจับได้แค่ปลาซิวปลาสร้อย ไม่น่าจะแก้ปัญหาได้

"เป็นการสร้างภาพตีปี๊บแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้คนเห็นว่าเอาจริงเอาจังกับปลาซิวปลาสร้อยในพื้นที่มากกว่า ความจริงการลงพื้นที่ตรวจโรงสีไม่ควรบอกให้รู้ล่วงหน้า เพราะจะมีการเล่นแร่แปรธาตุเกิดขึ้น จึงอยากฝากรัฐบาลให้เข้าไปดูต้นตอปัญหาที่แท้จริง โดยเฉพาะฝ่ายการเมือง พ่อค้าที่ฉ้อฉล ไม่ใช่เอาผิดแต่ข้าราชการระดับล่าง" นายองอาจ ระบุ
บี้สอบข้าวถุงหาย 1.6 ล้านตัน

ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบเพื่อหาข้าวที่หายไป ทั้งข้าวสารจำนวน 2.5 ล้านตัน วงเงินกว่าหมื่นล้านบาท และข้าวถุงถูกใจ ที่มีเป้าหมายจะผลิตเพื่อจำหน่ายให้ประชาชน 2 ล้านตัน แต่จากการประเมินพบว่ามีเพียง 4 แสนตันที่กระจายอยู่ในท้องตลาดเท่านั้น

"ข้าวถุงหายไป 1.6 ล้านตัน จึงอยากให้รัฐบาลตรวจสอบและตอบให้ได้ว่าข้าวหายไปไหน ใครได้ประโยชน์จากข้าวที่หายไป พร้อมเอาคนผิดมาลงโทษ ไม่ควรปล่อยให้คนชั่วลอยนวลหากินบนหลังชาวนา" นายองอาจ ระบุ

อนึ่ง ก่อนหน้านึ้คณะอนุกรรมาธิการ (อนุกมธ.) ติดตามตรวจสอบเรื่องการระบายข้าว ในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้ออกมาเปิดเผยผลการตรวจสอบการนำข้าวในสต๊อกของรัฐบาลไปทำข้าวถุงจำหน่ายผ่านร้านถูกใจว่า มีกระบวนการฉ้อฉลของบริษัทเอกชนบางรายร่วมกับคนของรัฐ นำข้าวไปบรรจุถุงและปล่อยจำหน่ายเองตามร้านทั่วไปในราคาสูงกว่าที่รัฐบาลกำหนดเอาไว้ไม่เกิน 70 บาทต่อถุง 5 กิโลกรัม โดยราคาที่ตรวจพบในตลาดสูงถึง 95-105 บาทต่อถุง ขณะที่ข้าวที่บริษัทเอกชนนำมาผลิต รัฐบาลก็ขายให้ในราคาถูกกว่าราคารับจำนำกว่าครึ่ง

ตรวจโรงสีแค่ปาหี่-ท้าเจาะโกดังสุรินทร์

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ออกมาเปิดโปงขบวนการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Warong Dechgitvigrom" ตอนหนึ่งว่า การลดราคาจำนำข้าวไม่ได้เป็นประโยชน์กับชาวนา เพราะรัฐบาลไม่ได้ลดราคาต้นทุน อาทิ ค่าสีแปร ค่าขนข้าว ค่าเช่าโกดัง ค่าตรวจคุณภาพข้าวโดยเซอเวเยอร์ ค่าดูแลข้าว ลมควันฆ่ามอด และค่าประกันภัยข้าว เป็นต้น โดยเฉพาะผลประโยชน์ในขั้นตอนการระบายข้าวก็ไม่ลด

"ทำอย่างนี้จึงถือว่าไม่ให้ความเป็นธรรมกับชาวนา อยากให้พูดให้ชัดว่าใครกันแน่ที่สั่งให้รัฐบาลดราคาจำนำข้าวลง หรือเป็นเพราะว่าทำเจ๊งแล้วพาลคนอื่น" ข้อความในเฟซบุ๊คระบุตอนหนึ่ง

นพ.วรงค์ โพสต์ข้อความด้วยว่า การที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตรียมลงพื้นที่ตรวจโกดังข้าวทั่วประเทศในวันที่ 29 มิ.ย. ภายใต้ชื่อ "เปิดทุกโกดัง ดูทุกคลังสินค้า ผ่าทุกโรงสี" นั้น ดูแล้วจะเป็นปาหี่มากกว่า เพราะตนมีประสบการณ์การไปตรวจโกดังข้าว พบว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่ถ้านายณัฐวุฒิจะตรวจจริงๆ ต้องผ่ากองข้าวออกมาให้เห็นถึงไข่แดง ไม่ใช่แค่ไปถ่ายรูป เจาะแค่ข้าวที่กองอยู่ด้านนอกโชว์เท่านั้น

"ถ้านายณัฐวุฒิมีเวลาอย่าลืมไปตรวจโกดังข้าวหอมมะลิที่ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นรอยต่อ อ.เมือง กับ อ.ปราสาท รับรองได้ว่าเจอของดีแน่นอน" นพ.วรงค์ระบุผ่านเฟซบุ๊ค