ศปก.กปต.ถก3 ประเด็น จัดกำลังตำรวจลงใต้ 1,700 นาย เตรียมหางบฯซื้อเครื่องมือหนุน
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) โดยมี พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาหารือกว่า 2 ชั่วโมง
พล.อ.นิพัทธิ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ศปก.กปต.มีการพูดคุยใน 3 ประเด็น เรื่องแรก มีการกำหนดการลงพื้นที่ที่แน่นอนของ ร.ต.อ.เฉลิม และกำหนดจุดพื้นที่จะดำเนินการใน 6 กลุ่มงานที่เคยกำหนดไว้ ประเด็นที่ 2 คือ เรื่องการเร่งรัดงบประมาณเร่งด่วน ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เพิ่งลงไปปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะกำลังตำรวจ 1,700 นาย ที่ยังขาดอุปกรณ์เครื่องมือในการทำงาน จึงต้องมีการจัดสรรงบประมาณให้ สำหรับประเด็นสุดท้ายที่ประชุมรับทราบ รายงานของกระทรวงการต่างประเทศ ที่รับผิดชอบด้านสิทธิมนุษย์ชน โดยจะปฏิบัติภารกิจทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะส่งผู้แทนไปร่วมสังเกตการณ์ในการประชุมโอไอซี ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ในวันที่ 4-6 พ.ย.ซึ่งรัฐไทยจะมีโอกาสแถลงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน
รองปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในที่ประชุมมีการพูดถึงเรื่องข้อกล่าวหากรณีสังหารผู้บริสุทธิ์ 6 ศพที่ จ.ปัตตานี โดยพล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฎฐ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้รายงานต่อที่ประชุมว่า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมาสามารถจับ นายซาการียา โตะตาหยง อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีความมั่นคงหลายคดี ในการตรวจค้นที่ จ.ปัตตานี ซึ่งได้สารภาพว่ามีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์เสียชีวิตดังกล่าว และได้ให้การว่าได้รับการสั่งการจากนายอามีน ดาเร็ง อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาคดีความมั่นคงที่เสียชีวิต หลังเกิดการยิงปะทะกัน ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องทำความจริงให้ปรากฏโดยข้อมูลต่างๆเพราะเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ถูกกล่าวหาจากการปล่อยข่าวเสมอ และในทุกกรณีที่มีการเสียชีวิตของผู้บริสุทธิ์จะมีการแถลงทุกครั้งเพื่อตอบโต้และทำความจริงให้ปรากฏ
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะนำข้อเท็จจริงดังกล่าวเสนอไปยังกลุ่มบีอาร์เอ็น หรือไม่อย่างไร พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้ยืนยันมาตลอดว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะยึดถือกฎหมายเป็นหลัก ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นฝีคือของผู้ก่อความไม่สงบ
ขณะที่พล.ท.ภราดร ย้ำว่า การพูดคุยกับ บีอาร์เอ็นยังต้องดำเนินการต่อไป แต่อาจจะมีการชะลอไว้บ้าง ส่วนมาตรการลดความรุนแรงในพื้นที่นั้น เราก็ต้องรอดูข้อเสนอของ บีอาร์เอ็น แต่ก็ไมแน่ใจว่าจะประสบผลสำเร็จมากน้อยแค่ไหน และทางเราก็ได้มีการวางมาตรการไว้แล้วด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการเชิงรุกในการดูแลความสงบในพื้นที่ภาคใต้ ต้องมีการปิดล้อมตรวจค้น หลังจากมีข้อมูลที่ชัดเจน ซึ่งจะเห็นได้จากการปฏิบัติการที่ผ่านมา ที่สามารถตรวจค้นเป้าหมายและเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างถูกต้อง





