วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลาโหมยันป่วนใต้ไม่ลามเข้ากรุงแน่

กลาโหมควงทีมความมั่นคง แจงคืบหน้าดับไฟใต้ มั่นใจคนร้ายไม่ลามเข้ากทม. เผยมท.ของบ 32 ล้าน"ถางหญ้า-ขุดถนน-ติดวงจรปิด"

พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะโฆษกคณะกรรมการประชาสัมพันธ์การดำเนินการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย ผู้แทนจาก 3 เหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหาความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลังจากที่พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ได้ประชุมกำหนดแนวทางการประชาสัมพันธ์เชิงรุกในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา

พ.อ.ธนาธิป กล่าววว่า ขณะนี้เราแบ่งการทำงานเป็น 3 ด้าน คือ 1.การพัฒนา 2.การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และ3.การอำนวยความยุติธรรม สำหรับจุดที่มีการก่อเหตุซ้ำซากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้ให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดเหตุร้ายซ้ำซาก โดยให้เร่งดำเนินการกำหนดแผนงานให้ชัดเจนเพื่อให้เกิดความปลอดภัย โดยได้จ้างแรงงานในพื้นที่ เพื่อถางหญ้า ปรับปรุงขยายถนน พร้อมทั้งติดกล้องวงจรปิดและโคมไฟส่องสว่าง

"ในพื้นที่ที่กระทรวงมหาดไทยได้จัดทำแผนงานดำเนินการ เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณ ในการดำเนินการประกอบด้วย จ.นราธิวาส มี 4อำเภอ ได้แก่อ.เมือง อ.บาเจอะ อ.ระแงะ และอ.รือเสาะ จ.ยะลา 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.รามัน และอ.บังนัสตา จ.ปัตตานี 6 อำเภอได้แก่ อ.เมือง อ.ปานาเระ อ.โคกโพธิ์ อ.ยะหริ่ง อ.สายบุรี และอ.ทุ่งยางแดง โดยใช้งบประมาณในการดำเนินการทั้งหมด 32 กว่าล้านบาท ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดหน้ารามที่จับได้ในจ.นราธิวาสเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในภาคใต้หรือไม่นั้น ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับภาคใต้ เพราะตั้งแต่เกิดปัญหาเมื่อปี 2547 การก่อเหตุไม่เคยขยายออกมานอกพื้นที่ และกทม.ไม่ใช่พื้นที่ประสงค์หลักของผู้ก่อเหต แม้กระทั่งภาคใต้ตอนบนก็ยังไม่เคยมีการก่อเหตุ ขอให้ประชาขนสบายใจได้ และจากการตรวจสอบแฟ้มประวัติของตำรวจก็ไม่พบว่า ผู้ต้องหามีความเกี่ยวข้องกับผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แต่อย่างใด"โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว

ด้านพ.อ.จรูญ อำภา ที่ปรึกษาสมช. กล่าวว่า สำหรับการพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ในส่วนของ 5 ข้อเสนอนั้น ยืนยันว่า การดำเนินการต่างๆของรัฐบาลต้องอยู่ภายในรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเห็นได้ว่าทั้ง 5 ข้อเสนออยู่นอกกรอบและเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตัวแทนฝ่ายรัฐไทยที่ไปพูดคุยจึงจำเป็นที่ต้องนำข้อเสนอดังกล่าวกลับมาหารือ ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าทางผู้นำกลุ่มบีอาร์เอ็นจะส่งรายละเอียดของ 5 ข้อเสนอมาให้กับฝ่ายรัฐไทย โดยทางคณะกรรมการจะสรุปและรวบรวม พร้อมเสนอผู้บังคับบัญชา เพื่อหาแนวทางการดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามแม้ในพื้นที่ยังมีการก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีความเชื่อมั่นในตัวของผู้นำบีอาร์เอ็นว่าจะสามารถนำพาให้เกิดความสันติสุขได้ ทั้งนี้หากข้อเสนอที่ฝ่ายไทยยื่นให้ทางบีอาร์เอ็นหยุดก่อเหตุช่วงเดือนรอมฎอน หรือศีลอดนั้น ถ้าหากยังมีการก่อเหตุ เราจะต้องทบทวนการพูดคุย และอาจจะเปิดการพูดคุยกับกลุ่มอื่นๆ เพราะกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ยังมีอีก 7-8 กลุ่ม ทั้งนี้เราไม่ได้เน้นเฉพาะตัวบุคคล เช่นนายสะแปอิง บาซอ เพราะคิดว่าเป้าหมายของทุกกลุ่มเหมือนกัน และไม่กังวลว่าจะมีปัญหาถึงข้อเรียกร้องที่จะมีมากขึ้น