"ณัฐวุฒิ"แกนนำนปช. ขึ้นศาลไต่สวนชันสูตร 6 ศพวัดปทุมฯ ยันนปช.ไม่ใช้ความรุนแรง ยันความรุนแรงรัฐบาลใช้ทหารสลายชุมนุม
ศาลไต่สวนคำร้องชันสูตร 6 ศพเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม คดีหมายเลขดำ ช.5/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนชันสูตรการเสียชีวิตของนายสุวัน ศรีรักษา อายุ 30 ปี อาชีพเกษตรกร ผู้เสียชีวิตที่ 1, นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้เสียชีวิตที่ 2 ,นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ผู้เสียชีวิตที่ 3 , นายรพ สุขสถิต อายุ 66 ปี อาชีพพนักงานขับรถรับจ้างในสนามบิน ผู้เสียชีวิตที่ 4 , น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ25 ปี อาชีพพยาบาลอาสา ผู้เสียชีวิตที่ 5 และ นายอัครเดช ขันแก้ว อาชีพรับจ้าง ผู้เสียชีวิตที่ 6 เพื่อทำคำสั่ง แสดงว่าผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และถึงเหตุ และพฤติการณ์ที่ตาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ซึ่งทั้ง 6 ศพ ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม แยกราชประสงค์ ในช่วงที่มีการสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี
โดยวันนี้อัยการนำ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เบิกความถึงอาวุธและกระสุนที่เจ้าหน้าที่ทหารใช้ในการชุมนุม รวมทั้งแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ อีก 2 ปาก ที่ได้เบิกความเกี่ยวกับรายงานการชันสูตรศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ราย
ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ในฐานะแกนนำ นปช. ก็ได้ขึ้นเบิกความอีกปากสรุปว่า การชุมนุมของ นปช. ช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. 53 นั้น เจ้าหน้าที่สามารถเข้ามาในพื้นที่การชุมนุมได้ เช่นบางครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เคยให้สัมภาษณ์ร่วมกันกับแกนนำนปช. ด้านนหลังเวทีด้วย เช่นเดียวกับผู้สื่อข่าวก็สามารถเข้าออกพื้นที่ได้อย่างอิสระเช่นกัน ขณะที่ยืนยันว่ากลุ่มนปช.ไม่มีการสะสมอาวุธสงครามแต่อย่างใด ซึ่งระหว่างการชุมนุมก็อยู่ในสายตาของตำรวจและนักข่าวตลอดเวลาหากพบอาวุธจริงย่อมไม่สามารถหลุดรอดสายตาไปได้ ส่วนที่ตำรวจ กล่าวหาว่าพบอาวุธสงครามในพื้นที่ของกลุ่มนปช.นั้น ก็เกิดขึ้นภายหลังจากที่กลุ่ม นปช.ยุติการชุมนุมแล้ว ขณะที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏข้อเท็จจริงว่าพบอาวุธสงครามหรือมีกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่การชุมนุมแต่อย่างใด
โดยพยานยืนยันว่า การชุมนุมของ นปช.ไม่มีการใช้ความรุนแรงหรือการใช้อาวุธสงครามแต่อย่างใด เพียงแค่ต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่เท่านั้น ซึ่งความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเพราะรัฐบาลใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทหารในการเข้าสลายการชุมนุม ทั้งที่รัฐบาลสามารถเจรจากันได้เพื่อลดการสูญเสีย แต่รัฐบาลก็กลับไม่ดำเนินการเจรจาและปฏิเสธมาโดยตลอด และเลือกที่จะใช้ความรุนแรงเข้าสลายการชุมนุมแทน ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตเปรียบเทียบกับรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยุคปัจจุบัน ที่ยอมเจรจากับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
นายณัฐวุฒิ เบิกความอีกว่า ขณะที่ทหารบุกเข้าสลายการชุมนุมนั้น แกนนำ ปช. ก็ไม่มีการประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรงตอบโต้แต่อย่างใด ซึ่งสุดท้ายแกนนำต้องยอมยุติสลายการชุมนุมเองเพื่อความปลอดภัยของกลุ่มผู้ชุมนุม โดยเชื่อว่าหากไม่ยุติการชุมนุมน่าจะมีคนตายมากกว่านี้อย่างแน่นอน เพราะขนาดยุติแล้ว ยังมีคนเสียชีวิตภายในวัดปทุมถึง 6 ศพด้วยกัน ซึ่งยืนยันว่ากลุ่มนปช.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน เพราะขณะนั้นได้ยุติการชุมนุมอีกทั้งแกนนำ นปช.ก็ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหมดแล้วขณะที่การปฏิบัติการหน้าที่ของทหารที่เข้าสลายการชุมนุมนั้น พยานพบเห็นทหารใช้อาวุธปืนเอ็ม16 และมีการใช้กระสุนจริง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนยืนอยู่บริเวณรางรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยทั้งหมดมีภาพถ่ายสามารถยืนยันได้ อีกทั้งบริเวณตึกสูงมีเจ้าหน้าที่ทหารมีอาวุธปืนติดลำกล้อง คอยเล็งเป้าหมายจากระยะไกล ซึ่งทราบจากสื่อว่าในรายงานการเสียชีวิตของผู้เสียชีวิตทั้ง 6 รายนั้นก็ถูกยิงในลักษณะนี้
ด้านนายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความของญาติผู้เสียชีวิต กล่าวด้วยว่า คดีนี้เหลือพยานที่จะนำสืบอีกไม่มาก จึงคาดว่าอีกไม่นานการไต่สวนจะเสร็จสิ้นแล้ว ขณะที่การไต่สวนพยานต่อไปศาลนัดในวันที่ 27 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.





