วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ตำรวจถกเดือด! ปมฆ่า'เอกยุทธ'

กมธ.ตำรวจ ถกเดือดปมสังหาร"เอกยุทธ" ด้านผบช.น.ยันคลาย 13 ข้อสงสัยใน 7 วัน

คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานได้พิจารณาคดีการเสียชีวิตของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง โดยเชิญ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัฒน์ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมตำรวจที่ทำคดี และนายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความนายเอกยุทธ เข้าชี้แจง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำโดยพล.ต.อ.ปานศิริ และพล.ต.ท.คำรณวิทย์ได้ลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นก่อนที่นายเอกยุทธจะหายตัว การเดินทางจากกทม.ไปยังจ.พัทลุง การพบศพนายเอกยุทธ รวมทั้งกระบวนการชันสูตรพลิกศพ ทั้งนี้พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่าคดีดังกล่าวแบ่งงานกันทำและมีรายละเอียดบางเรื่องที่เปิดเผยไม่ได้ เพราะมีผลต่อรูปคดี

ด้านนายสุวัตร กล่าวว่าการที่ตนเป็นทนายความของนายเอกยุทธนั้น เพราะนายเอกยุทธได้มาขอร้องให้ทำคดีว.5 โฟร์ซีซั่น โดยตนได้ถามว่ามีปัญหากับใคร นายเอกยุทธได้ยืนยันว่ามีปัญหากับอดีตนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน พอมาคดีนี้ตนทราบเหตุการณ์หายตัวไป ทำให้คิดได้ในสิ่งแรกคือจะทำอย่างไรให้ได้ตัวนายเอกยุทธโดยเร็วที่สุด เพราะหากช้าจะหมายถึงการเสียชีวิต ขณะที่นายสันติภาพ เพ็งด้วง หรือ บอล คนขับรถนายเอกยุทธก้รู้จักกับตนเป็นอย่างดี และหลังเกิดเหตุได้ตรวจสอบประวัตินายบอล พบว่าเคยชิงทรัพย์ร้านทอง และลงมือกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์หลายครั้ง อีกทั้งว่านายสันติภาพเคยเป็นลูกน้องร.อ.มนัส พรหมเผ่า หรือผู้กองตุ๋ย และมาเป็นคนขับรถให้นายเอกยุทธเพียง 7 เดือน แต่เมื่อไล่ประเด็นแล้วก็ไม่เห็นว่านายสันติภาพจะมีศักยภาพทำร้ายนายเอกยุทธได้ จึงพุ่งประเด็นไปที่เรื่องการเมืองเพราะนายเอกยุทธโพสต์ข้อความทางการเมือง

นายสุวัตร กล่าวต่อว่า สงสัยคือ คนร้ายต้องเป็นมืออาชีพ เพราะทราบรายละเอียดการเขียนเช็ค อีกทั้งมีการนำฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิดที่บ้านพักนายเอกยุทธออกไป และสงสัยราคาค่าล้างรถ 4,900 บาทว่าคนเหล่านี้จะยอมจ่าย ซึ่งเป็นที่มาของความสงสัยที่อยากให้ตอบ เพราะที่บอกว่ามูลเหตุจูงใจมุ่งประสงค์ต่อทรัพย์ เหตุใดเอาพระสมเด็จ นาฬิกา โทรศัพท์มือถือ ไอแพด เงินสดในกระเป๋ามีเป็นแสนบาท กลับนำของมีค่าเหล่านี้ไปทิ้งน้ำ นอกจากนี้ตนยังมีการแจ้งเบาะแสมายังตนว่าในวันที่นายเอกยุทธไปรับประทานอาหารที่ร้านครัวกระแต ถ.ประดิพัทธ์ นั้น ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ลักษณะคล้ายทหารและตำรวจรวมตัวกันอยู่บริเวณปากซอยประดิพัทธ์17 โดยมีกล้องวงจรปิดของร้านรับแลกเปลี่ยนเงิน หากนำภาพจากกล้องดังกล่าวมาตรวจสอบก็จะรู้ว่าเป็นใคร อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคดีนี้ประสงค์ต่อชีวิต แต่เบี่ยงเบนเป็นชิงทรัพย์ และเชื่อว่าคนที่ทำไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน จึงฝากประเด็นไว้ ไม่มีเจตนาจะใส่ร้ายใคร และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำคดีนี้ให้เกิดความกระจ่าง เพราะหากมีความชัดเจนแล้วก็พร้อมจะรับผลการสอบสวน

ขณะที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่าความสงสัยของนายสุวัฒน์ทั้ง 13 ข้อ เจ้าหน้าที่ตำรวจขอระยะเวลา 7 วันจะทำให้เกิดความกระจ่างในทุกประเด็น ซึ่งมีความพยายามตรวจสอบหลายประเด็นแล้ว และคดีนี้ถือเป็นคดีที่ใช้งบประมาณมากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ติดตามหาตัวนายเอกยุทธ

ขณะที่นายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่าขออยากทราบเหตุผลว่าทำไมนายสุวัฒน์ต้องตัดประเด็นอื่นออก และเชื่อมโยงประเด็นการเมือง จากประสบการณ์ของตนหากเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารอุ้มหาย ก็เชื่อว่าคงไม่เหลือร่องรอย ไม่เหลือซากให้ใครได้ดู จึงไม่อยากให้มุ่งไปเพียงประเด็นทางการเมืองเท่านั้น

นายสุวัตร ตอบทันทีว่าไม่ได้ตัดประเด็นอื่น แต่ประเด็นอื่นๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งสันนิษฐานไว้แล้ว จึงพูดในสิ่งที่ยังไม่มีใครพูด และนายเอกยุทธได้พูดกับตนก่อนหน้านี้กว่า 1 เดือนว่าถ้าถูกอุ้มก็ให้รู้ว่าเป็นฝีมือใคร จึงนำสิ่งนี้มาบอกกกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งยืนยันว่าคนที่วางแผนได้ประสงค์ต่อชีวิต โดยมีการวางแผน 2 ชั้น