"ภักดีหาญส์" อัด ปชป. มั่วตัวเลขจำนำข้าว จวกประชาธิปัตย์ ตั้งศูนย์รับร้องทุกข์หวังใช้เป็นประเด็นการเมือง
นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ส่งอีเมล์ถึงผู้สื่อข่าวผ่านสำนักโฆษก ทำเนียบรัฐบาลเพื่อชี้แจงถึงกรณีที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่า ตัวเลขขาดทุนจำนำข้าว 1.3 แสนล้าน ที่นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายรัฐมนตรีอ้างนั้น เป็นความพยายามของรัฐบาลอ้างถึงความผิดพลาดเพื่อที่จะทำให้ตัวเลขขาดทุนไม่ถึง 2.6 แสนล้านบาท ว่า ตัวเลขที่รัฐบาลได้ออกมาชี้แจงในโครงการรับจำนำข้าวขาดทุนเพียง 1.36 แสนล้านบาท ซึ่งไม่ตรงกับที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทำนายไว้ ตัวเลขที่นายอภิสิทธิ์และนายชวนนท์เคยนำมาแถลงข่าวเป็นกรณีพิเศษนั้น เป็นตัวเลขที่มั่ว
นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลก็ได้ออกมาบอกแล้วว่า ตัวเลขดำเนินโครงการรับจำนำข้าวฤดูกาลแรก ซึ่งอยู่ในฤดูกาลผลิตปี 2554/55 และนาปรังปี 2555 มีผลดำเนินงานขาดทุน 1.36 แสนล้านบาท ตามวิธีคำนวณของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการแทรกแซงสินค้าเกษตร กระทรวงการคลัง โดยคำนวณจากมูลค่าข้าวในสต๊อกของรัฐบาล ซึ่งยังคงเหลืออยู่ตามราคาตลาดต่ำสุด ณ วันที่ปิดบัญชีเมื่อวันที่ 31 ม.ค.56 ส่วนการพิจารณาตัวเลขปิดบัญชีข้าวนาปีฤดูกาลผลิต 2555/56 ยังไม่สามารถคำนวณตัวเลขได้เนื่องจากสต๊อกยังคลาดเคลื่อน ซึ่งต้องรอให้ อคส.และอ.ต.ก. กลับไปตรวจปริมาณสต๊อกข้าวที่แน่นอนและส่งตัวเลขกลับมาให้คณะอนุกรรมการปิดบัญชีพิจารณาอีกครั้ง เราถึงจะสามารถจะสรุปรวมได้ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า ฤดูกาลผลิตปี 2554/55 และนาปรังปี 2555นั้น 1 ปี ขาดทุน 1.36 แสนล้านบาทเท่านั้น ทั้งนี้ได้จ่ายเงินเกษตรกรไปแล้ว 337,321.98 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการโครงการ 14,785.66 ล้านบาท รวมค่าใช้จ่ายที่ใช้ในโครงการจำนำข้าวปีแรก 352,107.64 ล้านบาท และตัวเลขที่พรรคประชาธิปัตย์บอกว่าโครงการรับจำนำข้าวเสียหายปีละ 2 แสนล้านบาทนั้นเป็นไปไม่ได้
"หากพรรคประชาธิปัตย์อยากจะยืนยันว่าวิธีคิดของพรรคประชาธิปัตย์ถูกต้องก็ต้องปล่อยเขาไป คนพวกนี้ไม่เชื่อใคร เชื่อแต่ตัวเอง รัฐบาลเองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญในส่วนนี้อยู่แล้ว ณ วันนี้ถ้าไม่มีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เกษตรกรคงอยู่ไม่ได้ ต้องยอมรับว่าโครงการนี้ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างเห็นได้ชัด หนี้ครัวเรือนลดลง การหมุนเวียนเศรษฐกิจดี ค่าจีดีพีกระเตื้องขึ้น ซึ่งดีกว่าโครงการประกันราคาแน่นอน"นายภักดีหาญส์ กล่าว
ส่วนกรณีที่น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า มีโกดังและโรงสีที่เก็บข้าวไม่ได้คุณภาพหลายแห่ง เช่นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา พิษณุโลก แพร่ เป็นต้น โดยจะมีการตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อรวบรวมข้อมูล ไปร้องต่อดีเอสไอ และกองปราบต่อไป โดยนายภักดีหาญส์ กล่าวว่า แปลกว่าทำไมไม่มาร้องเรียนที่หน่วยงานของรัฐ ไปแจ้งทำไมที่น.ส.มัลลิกา ช่วยอะไรไม่ได้ ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาแจ้งหน่วยงานของรัฐ รัฐก็ต้องรีบดูแลให้แล้ว มาแจ้งที่น.ส.มัลลิกา ทำอะไรได้ไหม นอกจากออกมาแถลงแฉอะไรก็ไม่รู้โจมตีรัฐบาล สุดท้ายก็ไม่ได้ช่วย การจะตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ที่พรรคประชาธิปัตย์ของน.ส.มัลลิกานั้น อยากทำก็ทำได้ แต่ต้องช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ ไม่ใช่เอาเรื่องราวความเดือดร้อนของชาวบ้านมาเป็นประเด็นมุ่งโจมตีรัฐบาล เพราะการกระทำแบบนี้เป็นสันดานของพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้ว แก้ไม่หาย อย่างไรก็ตามหากพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนขอให้แจ้งความเดือดร้อนมาที่หน่วยงานของรัฐ หรือแจ้งมาที่กระทรวงพานิชย์ หรืออาจจะโทรมาที่สายด่วนรัฐบาล 1111 โดยตรง เพราะเราจะได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และไม่ต้องเป็นเหยื่อของผู้ที่จ้องหาผลประโยชน์ทางการเมืองและต้องการที่จะล้มล้างรัฐบาล





