วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตร.ยังไม่รีบปิดคดี'เอกยุทธ'หลังสังคมกังขา!

"เฉลิม"เรียกทีมทำคดี "เอกยุทธ" ประชุมพรุ่งนี้ ไม่รีบปิดคดี หลังสังคมยังแคลงใจ "สุกำพล"ให้ถามตำรวจใครเกี่ยวข้อง"สุวัตร"มีหลักฐานว่ากันมา

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 13 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่นำตัว นายสันติภาพ เพ็งด้วง นายชวลิต วุ่นชุม นายทิวากร เกื้อทอง จ.ส.อ.อิทธิพล เพ็งด้วง และนางจิตรอำไพ เพ๊งด้วง พ่อและแม่ของนายสันติภาพ มาที่สน.วังทองหลาง เพื่อสอบปากคำ โดยระดมพนักงานสอบสวนของสน.วังทองหลาง เข้าสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ได้แยกตัวผู้ต้องหาทั้งหมดสอบตามห้องจำนวน 5 ห้อง

ทั้งนี้ การสอบปากคำใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง มีทนายความจากสภาทนายความร่วมฟังการสอบปากคำด้วย โดยช่วงต้นของการสอบปากคำนั้นนายสันติภาพ ขอพบจ.ส.อ.อิทธิพล ผู้เป็นพ่อเพื่อพูดคุยกัน เจ้าหน้าที่ก็ยอมให้พบเป็นเวลา 30 นาทีก่อนจะนำตัวจ.ส.อ.อิทธิพล ไปแยกสอบโดยมีนายทหารพระธรรมนูญร่วมสอบปากคำด้วย

จนกระทั่งเมื่อเวลา 06.00 น. การสอบปากคำจึงแล้วเสร็จ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายสันติภาพ จ.ส.อ.อิทธิพล นางจิตรอำไพ เข้าห้องขังของสน.วังทองหลาง ส่วนนายชวลิตและนายทิวากร เจ้าหน้าที่นำตัวแยกไปฝากขังที่สน.หัวหมาก เพื่อป้องกันไม่ให้มีการติดต่อกันได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการสอบปากคำพบว่ากลุ่มคนร้ายสังหารนายเอกยุทธ บริเวณสะพานใกล้กับหมู่บ้านย่านลาดกระบัง นายสันติภาพกับนายสุทธิพงศ์ พิมพิสาร ซึ่งยังหลบหนีการจับกุมได้พูดคุยปรึกษาแผนการหลังจากได้เงินสดมา 5 ล้านบาทแล้วในรถโฟล์ก ระหว่างนั้น นายเอกยุทธ ได้สบช่องหนีออกจากรถทางประตูหลังและโดดสะพาน แต่ไปไม่รอด เพราะถูกใส่กุญแจมือ ประกอบกับโดดลงมาทำให้ได้รับบาดเจ็บ จึงถูกลากตัวกลับเข้าไปในรถ ก่อนที่นายสุทธิงพศ์ จะใช้เชือกสายรองเท้ารัดคอสังหาร

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดมีการวางแผนกัน โดยเคยคิดจะก่อเหตุตั้งแต่ต้นปีแล้ว ระหว่างที่นายเอกยุทธ จะเดินทางไปต่างประเทศ แต่เผอิญตอนนั้นนายเอกยุทธ ไปกับเพื่อน จึงต้องล้มเลิกแผนการไป ทั้งนี้กลุ่มผู้ต้องหามีการวางแผนเป็นอย่างดี โดยการขับรถไปที่บ้านนายเอกยุทธ ย่านทาวน์อินทาวน์หรือไม่แต่ขับไปจ.พัทลุง มีการเลือกเวลาเดินทางค่อนข้างจะดึก เพื่อป้องกันการเจอด่านเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สำหรับนายสันติภาพ นายชวลิต และนายทิวากร ถูกตั้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์และประทุษร้ายเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน กักขังหน่วงเหนี่ยว อำพรางศพ

ส่วนจ.ส.อ.อิทธิพล และนางจิตรอำไพ ถูกตั้งข้อหาร่วมกันรับของโจร เจ้าหน้าที่เตรียมคุมตัวทั้งคู่ฝากขังต่อศาลแขวงพระนครเหนือในวันนี้ เนื่องจากข้อหาไม่ร้ายแรง

ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือเจ้าหน้าที่ยังมีอำนาจควบคุมตัวได้อีก 48 ชั่วโมงนับจากนำตัวมาส่งสน.วังทองหลาง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเข้าห้องขัง ก่อนที่จะนำตัวไปแถลงข่าวอีกครั้งหนึ่ง โดยไม่ได้นำตัวจ.ส.อ.อิทธิพลและนางจิตรอำไพไปแถลงแต่อย่างใด

ตร.แถลงปิดคดีเอกยุทธ คนร้ายหวังทรัพย์

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. ตำรวจได้แถลงปิดคดีฆ่านายเอกยุทธ โดยมีหลักฐานยืนยันว่าการฆ่านายเอกยุทธ โดยมุ่งหวังทรัพย์ และมีคนร้าย 4 คน

เจ้าหน้าทีตำรวจอยู่ระหว่างประสานลูกชายและพี่ของนายเอกยุทธ เพื่อยืนยันศพ และเปรียบเทียบดีเอ็นเอ

พท.ประณามหาประโยชน์บนศพ'เอกยุทธ์'

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความกลุ่มพันธมิตรฯ ระบุว่า การอุ้มฆ่านายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง มีผู้บงการทำกันเป็นทีม และมีการเมืองอยู่เบื้องหลังว่า เป็นการพูดที่หาประโยชน์จากคนตาย หากินบนความสูญเสียของผู้อื่น ขอประณามวิธีการแบบนี้ของทนายความกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นสิ่งที่น่าอนาถ และที่น่าอดสูใจยิ่งกว่าคือการพูดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในลักษณะชี้นำว่า มีการร่วมลงมือทำกันหลายคน มีแรงจูงใจ สงสัยศักยภาพของคนขับรถที่สูงมากนั้น ไม่เป็นผลดีต่อการทำงานอย่างเต็มที่ ตรงไปตรงมาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

รวมถึงกรณีที่นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊คแล้วลบแต่ไม่ทัน เพราะมีการส่งต่อและบันทึกภาพไว้ในวงกว้าง ถือเป็นการกระทำที่ทำลายความน่าเชื่อถือของนักการเมืองที่ไม่ตรวจสอบข้อมูล ไม่วิเคราะห์ไตร่ตรองให้ดีก่อนพูด ใส่ร้ายบุคคลอื่นอย่างไร้ความรับผิดชอบ ทั้งๆ ที่รูปคดีก็ชัดเจนแล้วว่า นายสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถของนายเอกยุทธเป็นคนลงมือฆ่าเพราะต้องการชิงทรัพย์ และโกรธแค้นที่ไล่แฟนสาวออกจากที่ทำงาน ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดเกี่ยวข้อง ดังนั้น จะวิพากษ์วิจารณ์อะไรก็ควรจะว่ากันตามพยานหลักฐาน อย่าเติมจินตนาการ เพื่อทำลายล้างคู่แข่งทางการเมือง ขนาดเรื่องที่ชัดเจนอย่างนี้ยังพยายามบิดเบือนจนอดสงสัยไม่ได้ว่า เรื่องอื่นๆ ที่กล่าวหาคู่แข่งทางการเมืองก็คงปราศจากความจริง

"จรัมพร"ชี้ชัดผลตรวจลายนิ้วมือเป็น "เอกยุทธ"

พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. กล่าวว่า จากการตรวจสอบเปรียบเทียบลายนิ้วมือของนายเอกยุทธกับศพเพื่อยืนยันตัวบุคคล สรุปผลออกมาแล้วว่า ตรงกับลายนิ้วมือของนายเอกยุทธทั้ง 10 นิ้วประกอบกับหลักฐานที่ตรวจพบในรถตู้คือกระดุม และแหวนที่สวมใส่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน ส่วนผลตรวจดีเอ็นเอของศพก็ตรงกับดีเอ็นเอของญาติ

"การตรวจลายนิ้วมือจะรู้ได้ทันทีว่าเป็นนายเอกยุทธหรือไม่ ซึ่งนิ้วมือด้านขวาและซ้ายของนายเอกยุทธนั้นสามารถพิมพ์ลายได้ มีเพียงนิ้วด้านซ้ายมีผิวหนังชั้นนอกหลุดออกไปบ้าง แต่ผิวหนังชั้นในยังพอเก็บได้อยู่ ซึ่งความจริงการตรวจเพียงนิ้วเดียวก็สามารถยืนยันเอกลักษณ์ตัวบุคคลได้แล้ว เพราะตำรวจมีประวัติเดิมอยู่"

"เฉลิม"เรียกทีมคดีเอกยุทธประชุมพรุ่งนี้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเสียชีวิตของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง ว่า ในคดีอาญาต้องยึดหลักการสืบสวนสอบสวน และหลักประมวลกฏหมายวิธีประมวลอาญา รวมไปถึงกฎหมายในลักษณะพยาน วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำคดีค่อนข้างเบ็ดเสร็จ แต่เมื่อยังมีคนคลางแคลงใจ ว่าอาจมีเหตุอื่นด้วย ตนก็จะหารือร่วมกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในวันที่ 14 มิ.ย. ที่สำนักการตำรวจแห่งชาติ ในเวลา 16.00 น. พร้อมจะเชิญ พล.ต.ท.คํารณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ด้วย โดยจะรือว่าต้องพยายามตรวจสอบพยานแวดล้อม เช่น การแจงเบาะแสเพิ่มเติม ซึ่งนายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความระบุว่า อาจมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อีกทั้งยังระบุว่ามีเสธ.คนดังเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า จากพยานหลักฐานในเบื้องต้นยังไม่มีความเชื่อมโยง เมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่สามารถเรียกใครมาได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้ปิดกั้น หากนายสุวัตรมีเบาะแส พร้อมหลักฐานก็ขอให้บอกตำรวจ หรือไม่ก็โทรศัพท์หรือนัดพบหาตนได้ทุกเมื่อ

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า จากที่ได้ฟังพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ให้สัมภาษณ์ คิดว่าปชป.ยังขาดความเข้าใจ และยังไม่รู้เรื่องการทำสำนวนในคดี ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องแถลงตามข้อเท็จจริงกับข้อมูลที่มีในปัจจุบัน ส่วนที่เป็นความลับก็ไม่สามารถเปิดเผยได้ คิดว่าเรื่องดังกล่าว ปชป.ไม่ควรแสดงความเห็นเพราะจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสน เรื่องนี้หากมีคนในรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปกป้อง เรื่องนี้รัฐบาลไม่ได้ทำ ไม่ได้วางแผน ขออย่าได้อุปมาอุปไมยให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย เมืองไทยคือเมืองพุทธ บ้านเมืองมี 3 กฎ 1 กฎธรรมชาติ 2 กฎหมาย 3 กฎแห่งกรรม ไม่มีใครเลี่ยงได้

เมื่อถามว่า พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ระบุว่าต้องหาผู้ที่มีความเป็นกลางในการตรวจชันสูตร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า น้องสาวนายเอกยุทธได้ยืนยันว่าเป็นศพของพี่ชายแล้ว แต่ก็ต้องตรวจให้ครบตามวิธีการ อย่างไรก็ตามคดีดังกล่าวหากมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมคิดว่าไม่ต้องปิดคดีโดยเร็ว ส่วนกรณีที่ศพถูกฝังโดยการเปลือยกายนั้น ตนไม่ได้ดูศพด้วยตัวเอง แต่เป็นไปได้ที่ผู้ร้ายอาจถือเคล็ด เพราะโจรเมืองไทยมักถือเคล็ดเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ทั้งนี้คิดว่า คนที่ฆ่านายเอกยุทธ เป็นมืออาชีพ

เมื่อถามว่าทำไมตำรวจไม่พูดถึงกล้องวงจรปิดที่บ้านนายเอกยุทธ ที่หายไป ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น พรุ่งนี้ (14 มิ.ย.) จะมีการประชุม หากมีเหตุอะไรเป็นข้อสงสัยก็จะสอบหมด ไม่รีบสรุป ไม่หยุดแค่นี้ และเชิญ ปชป.ว่าหากมีพยายหลักฐานก็ส่งมา แต่หากมีแล้วไม่ชัด ก็อย่าไปพูด ส่วนที่มีการวิเคราะห์ว่าทีมของนายสันติภาพ หรือบอล เพ็งด้วย ไม่น่าจะจัดการกับนายเอกยุทธได้ แม้กระทั่งการอ้างว่านายนายสุทธิพงศ์ พิมพิศาล หรือ เบิ้ม เป็นหนึ่งในทีมฆ่าด้วยนั้น ความเห็นเป็นไปได้แต่ต้องรอคุยกับพล.ต.ท.คํารณวิทย์ ก่อน ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวตนเชื่อตั้งแต่ต้นแล้วว่าเป็นการฆาตกรรม เพราะ 1 รัฐบาลไม่ได้สั่ง 2 นายเอกยุทธไม่ได้สร้างสถานการณ์

เมื่อถามว่าคดีนี้จะเหมือนคดีอื่นๆเช่นคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ที่ไม่สามารถหาตัวคนร้ายหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในคดีนั้นตนไม่ได้กำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนายสนธิก็ไม่เคยเข้ามาร้องทุกข์ เรื่องนี้ก็ต้องให้นายสนธิเข้ามาร้องทุกกับตน

รับศพและผลชันสูตรศพ เอกยุทธ นิติเวชฯ

นายอัครนันทร์ เรืองนันทวงษ์ พี่ชายนายเอกยุทธ ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวคดีการเสียชีวิตของน้องชาย โดยบอกว่าให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่ส่วนตัวไม่เชื่อว่า การเสียชีวิตของนายเอกยุทธ จะมีแค่นายสันติภาพและพวกเท่านั้นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสาเหตุที่นายสันติภาพ อ้างว่า สังหารนายเอกยุทธ เพราะมีแรงจูงใจประสงค์ต่อทรัพย์ และเชื่อว่า คดีนี้ตำรวจสามารถดำเนินการต่อไปได้ หากมีข้อมูลเบาะแสใหม่ พร้อมขอขอบคุณตำรวจที่สืบสวนสอบสวนคดีนี้ จนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็วด้วย

สำหรับศพของนายเอกยุทธ ทางครอบครัวจะนำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่วัดลาดพร้าว เป็นเวลา 7 วัน ก่อนจะฌาปนกิจศพต่อไป ขณะที่ ธุรกิจและทรัพย์ทุกอย่างของนายเอกยุทธ รวมทั้งเว็บไซต์ไทยอินไซต์เดอร์ ทางครอบครัวจะดำเนินการต่อไป แต่ขอหารือรายละเอียดภายในครอบครัวก่อน

ขณะที่ พล.ต.ต. นายแพทย์ พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการชันสูตรพลิกศพนายเอกยุทธ โดยระบุว่า นายเอกยุทธเสียชีวิต เพราะขาดอากาศหายใจ มาประมาณ 5 ถึง 6 วัน เนื่องจากศพมีสภาพเปลี่ยนแปลงไป และแพทย์ พบรอยบาดแผลที่บริเวณใบหน้า แต่ไม่สามารถชี้ได้ว่าเกิดจากการทำร้ายหรือไม่

นอกจากนี้ ยังพบบาดแผลเล็กน้อยที่หัวเข่าและปลายมือทัั้งสองข้าง และมีรอยแผลที่บริเวณข้อมือ แต่ยืนยันไม่ได้ว่า เกิดจากการถูกรัดหรือไม่ ส่วนสภาพอวัยวะภายในปกติ ไม่พบเศษอาหารในช่องท้อง แพทย์ได้เก็บตัวอย่างอวัยวะภายในไปตรวจสอบเพื่อหาสารพิษในร่างกายอย่างละเอียด ส่วนผลการชันสูตร แพทย์จะส่งความเห็นไปให้พนักงานสอบสวน พิจารณาประกอบสำนวนคดีต่อไป

"อภิสิทธิ์"ไม่เชื่อผบ.ตร.คดี"เอกยุทธ"ถูกฆ่าชิงทรัพย์

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ผบ.ตร.แถลงปิดคดีว่าการเสียชีวิตของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร เป็นการชิงทรัพย์ว่า หลายคนยังสงสัย เพราะจากพฤติกรรมที่เกิดขึ้นมีกระบวนการการวางแผนที่ไม่สอดคล้องกับการสรุปว่าเป็นการชิงทรัพย์ธรรมดา ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็อยากให้คนที่ยึดความถูกต้องไม่หวั่นไหว แต่รัฐบาลต้องดูแลให้บรรยากาศบ้านเมืองไม่ให้เกิดความหวาดกลัว และอย่าให้มีการข่มขู่คุกคาม

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีบางฝ่ายมองว่าประเทศไทยเข้าสู่ยุคมืดประชาธิปไตย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สังคมต้องไม่ยอมให้เกิดขึ้น

ตร.คุมตัว"สันติภาพ"ทำแผนสุวรรณภูมิ-เชิงสะพานลำมะขาม

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว นายสันติภาพ เพ็งด้วง และนายชวลิต วุ่นชุม ผู้ต้องหาอุ้มฆ่า นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยไปที่ประตู 8 ขาออก สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นจุดที่นายสันติภาพให้การว่าไปรับเช็คจากคนขับรถของพี่สาวนายเอกยุทธ ก่อนที่จะนำเช็คไปให้นายเอกยุทธเซ็น แล้วขับรถกลับมาที่ทางแยกถนนสนามบินออกมอเตอร์เวย์ เพื่อส่งเช็คให้กับคนขับรถของพี่สาวนายเอกยุทธไปเบิกเงิน และนัดมารับเงิน 5 ล้านบาท ที่เบิกมาแล้ว บริเวณถนนขาออกจาก สนามบินสุวรรณภูมิ

จากนั้น ได้คุมตัวไปทำแผนต่อที่จุดที่นายเอกยุทธ พยายามหลบหนี ที่เชิงสะพานลำมะขาม ถนนฉลองกรุง ซึ่งนายสันติภาพ ให้การว่าขับรถออกจากบ้านของพี่สาว ในคืนวันที่ 8 มิ.ย.เวลาประมาณ 03.00 น. เพื่อจะลงพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งนายเอกยุทธ ถูกใส่กุญแจมือและขังไว้ท้ายรถ ได้พยายามหลบหนี หลังสะเดาะกุญแจมือหลุด แล้วได้เปิดกระโปรงท้ายกระโดดลงจากรถวิ่งหนีข้ามถนนขึ้นสะพานลำมะขาม ก่อนจะกระโดดลงมาจากสะพานที่ความสูงเกือบ 2 เมตร ทำให้ได้รับบาดเจ็บ ส้นเท้าซ้ายช้ำ จากนั้นนายสุทธิพงศ์ พิมพิสาร ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ ได้วิ่งมาตะครุบตัวนายเอกยุทธไว้ได้ และเกิดการต่อสู้ และทำร้ายร่างกายนายเอกยุทธ ก่อนที่นายสันติภาพจะขับรถวนมารับตัวเอกยุทธขึ้นรถ

พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. กล่าวว่า การทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนทั้งหมด 14 จุด ตามคำให้การของผู้ต้องหา ซึ่งขณะนี้ยังคงอยู่ระหว่างการทำแผนที่บ้านพักของพี่สาวนายสันติภาพ ที่นายสันติภาพให้การว่า นำตัวนายเอกยุทธไปเก็บไว้ที่บ้านพักหลังอุ้มตัวมาในคืนวันที่ 6 มิ.ย.และช่วงเย็นของวันที่ 7 มิ.ย.ได้นำตัวนายเอกยุทธ กลับมาที่บ้านของพี่สาวอีกครั้ง หลังได้เงิน 5 ล้านบาทแล้วจากนั้นได้ฆาตกรรมนายเอกยุทธ และนำศพไปฝังอำพรางที่จังหวัดพัทลุง

รมว.กลาโหมชี้ตร.ทำคดี"เอกยุทธ์"มาถูกทางแล้ว

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีข่าวว่า เสธ.คนดัง อยู่เบื้องหลังเสียชีวิตของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง ว่า เรื่องนี้มีหลักฐานหรือไม่ อย่าไปพูดเรื่องแบบนี้ เพราะพูดแบบนี้จะทำให้เสียความรู้สึกกัน ตนเห็นว่า ตำรวจดำเนินการมาถูกทางแล้ว โดยเฉพาะหลักฐานต่างๆ ที่มีอยู่ อย่าไปโยงให้มีปัญหา ถ้าไม่แน่จริงอย่าเพิ่งไปโยง ซึ่งมันจะทำให้บาดหมางกันเปล่าๆ พูดแบบนี้ ไม่ดี หากแน่นอนแล้วค่อยว่ากันอีกที

ส่วนกรณีมีทหารซึ่งเป็นบิดาของ นายสันติภาพ เพ็งด้วง ผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่านายเอกยุทธ ผู้ต้องหาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนั้น รมว.กลาโหม กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีทหารคนเดียวเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาพร้อมให้ความร่วมมือกับทางราชการอยู่แล้ว ทางตำรวจว่าอย่างไร ก็ว่ากันมา เราไม่ปกป้อง ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรดา

เมื่อถามว่าการเสียชีวิตของนายเอกยุทธ มีการเชื่อมโยงกับการเมืองหรือไม่ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไปโยงอย่างนี้ไม่ถูก โยงแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่เรื่องนี้ต้องไปถามทางตำรวจ เรื่องนี้ตอบไม่ได้ ต้องถามตำรวจว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง อย่าไปโยงให้มีปัญหา หากเจอแล้วค่อยว่ากันอีกที อย่าให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าทนายความของนายเอกยุทธ หากมีหลักฐานก็ว่ากันมา ซึ่งต้องจำกัดขอบเขตปัญหาบ้าง ไม่ใช่ไปเรื่อยแบบนี้

พี่สาวเอกยุทธเชื่อฆ่าชิงทรัพย์ไม่เกี่ยวการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศพของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง ที่ถูกอุ้มฆ่าเสียชีวิต ได้เคลื่อน จาก นิติเวช รพ.ตำรวจ มาถึง วัดลาดพร้าว เพื่อทำพิธีบำเพ็ญกุศล ตามประเพณีทางศาสนา โดยศพของนายเอกยุทธ ตั้งอยู่ที่ ศาลา 6 ซึ่งทางวัดได้มีการจัดเตรียมสถานที่ในการจัดพิธีศพ ไว้เป็นที่เรียบร้อย ทั้งเก้าอี้นั่ง ไว้รองรับ สำหรับผู้ที่จะมาร่วมงาน และ จุดที่จะพวงหรีด ในส่วนของ พิธีรดน้ำศพ นั้น จะใช้เป็นการรดน้ำ กับภาพถ่ายของนายเอกยุทธ แทน ส่วนบรรยากาศ ภายในงานขณะนี้ เป็นไปด้วยความเศร้าสลด กลุ่มญาติ อาทิ บุตรชาย และพี่น้อง รวมทั้งเพื่อนของนายเอกยุทธ ทยอยเข้ามาร่วมงาน

ด้าน นายอัครนันท์ เรืองนันทวงศ์ อายุ 55ปี พี่ชายของนายเอกยุทธ เปิดเผยว่า ในการจัดพิธีสวดอภิธรรมศพนั้น จะต้องปรึกษากับกลุ่มพี่น้องก่อนว่า จะสวด กี่คืน เนื่องจาก บรรดาพี่น้อง และเพื่อนสนิทของนายเอกยุทธ ส่วนมากอยู่ในต่างประเทศ และขณะนี้ทราบเรื่องแล้ว เตรียมที่จะเดินทางมาร่วมงานสวดอภิธรรมศพ แต่ในส่วนของ การฌาปนกิจ นั้น คงจะไม่ดำเนินการในทันที เพราะต้องเก็บศพไว้ก่อนเพื่อตรวจพิสูจน์ในทางคดีเพิ่มเติม

นางสุภากรณ์ แหวนหล่อ พี่สาว ของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง ที่ถูกอุ้มฆ่าชิงทรัพย์ เปิดเผยว่า ญาติพี่น้อง ของนายเอกยุทธ เชื่อว่า นายสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถ นั้น ได้ร่วมกับพวก ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ นายเอกยุทธ จริง โดยไม่ติดใจว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง ตามที่ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความ ตั้งข้อสงสัย เนื่องจาก นายสันติภาพ มีพฤติกรรมติดการพนัน และคนที่ติดการพนันสามารถทำได้ทุกวิถีทางเพื่อต้องการนำเงินไปใช้หนี้

ทั้งนี้ นางสุภากรณ์ กล่าวแสดงความขอบคุณ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจชุดจับกุมทั้งหมด ที่ทำงานด้วยความรวดเร็ว จนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ยกแก๊ง และสามารถติดตามนำศพของนายเอกยุทธ กลับมาได้

นางสุภากรณ์ ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ไม่คิดโกรธแค้น นายสันติภาพ ที่ก่อเหตุฆ่านายเอกยุทธ เพราะคิดใครทำอย่างไรไว้ก็ต้องได้รับกรรมเอง และคงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินการไปตามกฎหมาย หากนายสันติภาพ ต้องการจะมาขอขมาศพ ก็ยินดี เพราะถือว่าคงสำนึกในความผิดแล้ว