ดีเอสไอไล่บี้ 5 บริษัทรถ แจงทะเบียนป้ายแดงจึงถูกนำไปให้รถหรูอำพรางจดทะเบียน เผยรถจดประกอบราคา 4 ล้านบาทขึ้นไป
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วม 6 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบรถยนต์จดประกอบหลบเลี่ยงภาษี ว่า ที่ประชุมได้ตรวจสอบการจดทะเบียนรถยนต์จดประกอบที่มีมูลค่ารถยนต์ตั้งแต่ 4 ล้านบาท ขึ้นไป เพื่อเรียกให้ผู้ครอบครอบรถยนต์นำเอกสารและรถยนต์มาให้ดีเอสไอจำนวน 488 คัน เพิ่มขึ้นเป็น 532 คัน ที่ประชุมจึงขอให้แต่ละหน่วยงานสอบทานข้อมูลอีกครั้งว่ายังมีข้อมูลรถยนต์จดประกอบตกหล่นอีกหรือไม่ โดยจะประกาศรายชื่อให้รับทราบเพื่อให้ติดต่อนำรถยนต์เข้าตรวจสอบได้ภายในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ในการตรวจสอบความถูกต้องของรถจดประกอบจำนวน 532 คัน
อย่างไรก็ตาม ในล็อตแรกนี้ ดีเอสไอจะเรียกตรวจสอบรถยนต์ที่ยึดอายัดไว้ จำนวน 126 คันก่อน โดยจะเริ่มตรวจสอบในวันที่ 20 - 23 มิ.ย.นี้ จากนั้นจึงจะกำหนดตารางเวลาให้ผู้ครอบครองรถยนต์ 532 คัน ทยอยนำรถยนต์เข้าตรวจสอบ โดยมีแนวทางในทางเทคนิคถึงวิธีการตรวจสอบหลายจุดเช่น การประกอบสายไฟ เนื้อสี หัวน๊อตและจุดต่าง ๆ ที่เป็นเทคนิคพิเศษ โดยวันที่ 16 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ช่างเทคนิคจากดีลเลอร์ต่าง ๆ จะมาประชุมร่วมกับสมอ.และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อกำหนดวิธีการตรวจสอบรถทุกคันให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
นายธาริต กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบป้ายทะเบียนรถยนต์ของกลาง 6 คันที่ถูกไฟไหม้ แม้จะเป็นป้ายแดง 6 คัน แต่ก็ตรวจสอบได้ว่าผู้ขอใช้ป้ายแดงทั้ง 5 ป้าย เป็นกลุ่มใดบ้าง ดังนั้นบริษัทที่เป็นผู้ขอใช้ป้ายแดงทั้ง 5 แผ่นป้ายเหลืออีก 5 คันแล้ว ประกอบด้วย บริษัทกวงโถ่ มอเตอร์กรุ๊ป , บริษัทกัลปพฤกษ์ , บริษัทวีออโต้ ,บริษัทเอสทีออโต้ และบริษัทบอร์น ทู รัน ซึ่งขณะนี้บริษัททั้ง 5 แห่ง จึงตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่า จะร่วมกันนำรถไปจดทะเบียน โดยอำพรางติดแก๊สเพื่อหนีภาษี ซึ่งบริษัทต้องตอบให้ได้ว่ารู้เห็นเป็นใจอย่างไร หรือให้ใครยืมหรือเช่าป้ายทะเบียนไป ซึ่งดีเอสไอจะติดต่อขอเข้าตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด หากขัดขืนจะออกหมายเรียกแต่เชื่อว่าการเข้าตรวจสอบจะไม่เป็นปัญหาเพราะทุกคนคงไม่ต้องการตกเป็นจำเลยสังคม ขณะนี้เรื่องการหลบเลี่ยงภาษีรถหรูกลายเป็นประเด็นสาธารณะไปแล้วไม่ใช่เรื่องที่จะมางุบงิบทำเป็นการภายในได้





