ดีเอสไอย้ำชื่อ488ผู้ครอบครอง รถหรูราคาตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป ให้ติดต่อนำเอกสาร-รถยนต์เข้าตรวจสอบภายในสัปดาห์นี้
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แถลงผลการประชุมร่วมกับ 5 หน่วยงานคือ กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมการขนส่งทางบก สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหารือมาตรการเรียกตรวจสอบรถจดประกอบว่า เบื้องต้นที่จะมีการเรียกตรวจสอบรถจดประกอบรถยนต์ที่มีราคา 4 ล้านบาท ขึ้นไป ที่ประชุมได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกัน โดยมีมติให้ยึดข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบกเป็นหลัก พบว่ามีรถจดประกอบที่มีมูลค่าเกิน 4 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 488คัน ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้ดีเอสไอจะประกาศรายชื่อเพื่อให้ผู้ครอบครองรถได้ติดต่อนำรถพร้อมเอกสารประกอบมาแสดง ซึ่งในจำนวนรถ 488 คัน เป็นรถที่จดทะเบียนในกทม. 71 คัน ส่วนที่เหลืออีก 417 คัน เป็นรถที่จดทะเบียนในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ผู้ครอบครองรถจดประกอบทั้ง 488 คัน ยังไม่ถือเป็นผู้ร่วมกระทำผิด ในชั้นนี้เป็นผู้ครอบครองรถมือสุดท้าย ซึ่งยืนยันว่าดีเอสไอจะเรียกตรวจสอบทุกคัน โดยไม่เว้นวรรคให้ใคร โดยจะตรวจสอบเป็น 2รูปแบบ ทั้งในส่วนความสมบูรณ์ของเอกสาร ตั้งแต่การนำเข้าชิ้นส่วน การเสียภาษีศุลกากร การประกอบเป็นรถ การรับรองความมั่นคงแข็งแรงจากวิศวกร ไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายคือการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก หากเอกสารไม่ถูกต้องจะต้องถูกดำเนินคดี หากตรวจสอบแล้วไม่พบข้อผิดพลาด ดีเอสไอยังจะต้องตรวจสอบทางกายภาพเพื่อเปรียบเทียบกับเอกสาร ซึ่งดีเอสไอแจ้งให้ดีลเลอร์รถยนต์12 ยี่ห้อ ส่งช่างชำนาญการมาร่วมตรวจสอบรถยนต์ร่วมกับเจ้าหน้าที่นิติวิทย์ฯและสมอ.โดยกำหนดใช้สถานที่ของดีเอสไอ ในอาคารไปรษณีย์ ถ.แจ้งวัฒนะ เป็นสถานที่ตรวจสอบรถยนต์ ซึ่งสุดท้ายหากตรวจสอบไม่พบความผิดจะออกหนังสือรับรองและยุติการตรวจสอบ
"การตรวจสอบเอกสารจะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่17 มิ.ย. เป็นต้นไป โดยให้ผู้ครอบครองรถยนต์ 488 คัน ทยอยส่งเอกสารมาดีเอสไอภายในสัปดาห์นี้ และจะเริ่มตรวจสอบสภาพรถยนต์ในวันที่ 24มิ.ย. โดยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นผู้สมัครใจนำรถยนต์เข้าตรวจสอบ และกลุ่มที่ 2 คือ ผู้ที่ถูกออกหมายเรียกให้นำรถเข้าตรวจสอบ ซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อและนัดเข้าพบพนักงานสอบสวนได้ที่ หมายเลข 086- 318- 8651 ส่วนรถยนต์ที่ดีเอสไอยึดและอายัดไว้ตรวจสอบจำนวนกว่า 100 คัน จะเริ่มตรวจสอบสภาพทางกายภาพโดยเร็ว" นายธาริต กล่าว





