วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

5หน่วยงาน รื้อสอบรถเลี่ยงภาษีกว่า1หมื่นคัน

"ธาริต"เผยตั้งวอร์รูม 5 หน่วยงาน รื้อสอบข้อมูลรถเลี่ยงภาษีกว่า 10,000 คัน ตั้งแต่ปี 53 ป้องศุลกากรไม่ผิด

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ประชุมร่วมกับ 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อดำเนินคดีกับรถหรูเลี่ยงภาษีศุลกากรและภาษีสรรพสามิต ทำให้รัฐสูญเสียผลประโยชน์ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยเปิดเผยภายหลังการประชุมว่ามีมีมติเกี่ยวกับรถหรูที่ถูกไฟไหม้6 คัน และรถที่ยื่นจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 6,862 คัน และอยู่ระหว่างรอจดทะเบียนอีกกว่า 3,000 คัน รวมเป็นยอดรถที่หลบเลี่ยงภาษีล่าสุดกว่า 10,000 คัน ซึ่งหลังจากนี้ดีเอสไอจะสนธิกำลังร่วมกับอีก 5หน่วยงาน ตั้งวอร์รูมตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งเอกสารหลักฐานและการตรวจพิสูจน์ทางฟิสิกส์ นอกจากนี้ยังมีมติดำเนินคดีกับรถจดประกอบที่เข้าข่ายผิดกฎหมายซึ่งมีจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.53-31พ.ค. 56 สำหรับเหตุที่ต้องเริ่มตรวจสอบรถตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 53 เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่มีข้อมูลตัวรถจดประกอบที่ชัดเจนและเพิ่งตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา จึงตั้งต้นตรวจสอบในเฉพาะช่วงดังกล่าว

นายธาริต กล่าวต่อว่าการตรวจสอบจะแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรกจะตรวจสอบรถจดประกอบที่มีมูลค่าท้องตลาดตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป โดยกรมการขนส่งทางบกจะจำแนกว่ามีการจดทะเบียนที่ไหน ใครเป็นผู้ครอบครองคนปัจจุบัน ซึ่งในจำนวนนี้คือกลุ่ม 6,862 คัน ส่วนระยะที่สองคือการตรวจสอบรถจดประกอบกว่า 3,000 คัน ที่อยู่ระหว่างรอยื่นการขอเสียภาษีกับสรรพสามิต ซึ่งจะได้ตัวเลขที่ชัดเจนในวันจันทร์ที่ 10 มิ.ย.นี้ หลังจากนั้นดีเอสไอจะออกหมายเรียกผู้ครอบครองคนคนสุดท้ายให้นำรถมาตรวจสอบเอกสารและสภาพควบคู่กันไป โดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และสมอ.จะร่วมกันตรวจสอบสภาพการใช้งานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งพยานเอกสารและพยานทางกายภาพว่า มีการถอดชิ้นส่วนเพื่อนำมาประกอบเป็นรถจดประกอบจริงหรือไม่ หากพบการกระทำความผิดผู้ครอบครองจะต้องถูกดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินคดีในฐานความผิดใดบ้างเพื่อให้เกิดความชัดเจน ซึ่งจะได้ข้อสรุปในการประชุมอีกครั้งในวันที่ 10 มิ.ย.

สำหรับรถหรูเลี่ยงภาษีซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตถึงการนำไปติดก๊าซนั้น นายธาริต กล่าวว่า กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ แต่มีระเบียบรัดกุมมาก ที่ผ่านมาคงไม่มีใครคาดคิดว่าวิศวกรจะยอมติดคุก จากการร่วมกันออกในรับรองคุณภาพการติดตั้งก๊าซให้กับรถยนต์ที่ไม่ได้ติดตั้งก๊าซจริง กรณีที่หากเกิดความผิดพลาดจะถือเป็นเรื่องความผิดของเจ้าหน้าที่ซึ่งต้องมีการตรวจสอบต่อไป ส่วนกรณีที่มีการรวจสอบพบความผิดปกติของรถหรูเลี่ยงภาษีจำนวนมากแต่ยังไม่พบว่ามีการเรียกคืนภาษีได้ครบตามจำนวนนั้น ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเพิ่งตรวจสอบพบความผิดปกติ ดีเอสไอไม่ได้ทำล่าช้า อย่างไรก็ตาม ขอชี้แจงการทำงานของระบบศุลกากรว่าต้องเน้นความรวดเร็ว คล่องตัวตามหลักมาตรฐานสากล เมื่อมีการนำเข้าสินค้าเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการในการสำแดงสินค้าให้ตรงกับความเป็นจริง แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ตรง มีการสำแดงเท็จ ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบด้วยการจ่ายภาษีคืน หากประเทศไทยไม่ดำเนินการตามมาตรฐานดังกล่าวอาจถูกมองว่ากีดกันทางการค้าไม่เป็นสากล

ด้านนายราฆพ ศรีศุภอรรถ รองอธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า การตรวจสอบสินค้าของเจ้าหน้าที่ศุลกากรโดยปกติจะตรวจสอบสินค้าทั้งหมดทุกตู้คอนเทนเนอร์ไม่ได้ ที่ผ่านมาเคยตรวจรถนำเข้าจำนวนมากส่วนใหญ่พบว่ามีการถอดชิ้นส่วนเข้ามา แต่บางส่วนก็นำเข้ามาทั้งคัน ตำรวจและศุลกากรเคยจับรถที่นำเข้ามาปีละ 200-300 คัน และหากพบว่ารถที่นำเข้ามาเลี่ยงภาษี ทางศุลกากรเคยเรียกภาษีคืนก็มี ส่วนการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังยังอยู่ระหว่างติดตามและแก้ไขปัญหา