ทูตไทยประจำยูเอ็น ชี้ทหารร่วมปฏิบัติการสันติภาพเสริมบทบาทไทยในเวทีโลก ด้านผู้แทนยูเอ็น ชื่นชมไทย เสริมงานยูเอ็น
กระทรวงต่างประเทศ ได้จัดการประชุมหารือกับผู้แทนระดับสูงของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรื่อง การมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในปฏิบติการด้านสันติภาพของสหประชาชาติ โดยมีนายนรชิต สิงหเสนี เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก บรรยายสรุปในหัวข้อ "บทบาทของไทยด้านการรักษาสันติภาพและความั่นคงของโลก และนัยที่เกี่ยวข้องต่อประเทศไทย และประชาคมระหว่างประเทศ" และกล่าวตอนหนึ่งว่า ปฏิบัติการสันติภาพเป็นเครื่องมือหนึ่งของไทยในการเพิ่มบทบาทบนเวทีโลก เป็นเครื่องแสดงว่าไทยมีความพร้อมเข้าร่วมแก้ไขปัญหาของโลก เช่น ปฏิบัติการในประเทศซูดาน ซึ่งหลายประเทศรวมทั้งประเทศในยุโรปต่างก็ต้องการส่งกองกำลังเข้าไป แต่ซูดาน ในฐานะประเทศเจ้าบ้าน กลับไม่พร้อมจะรับทุกประเทศ เพราะยังมีความไม่ไว้ใจกันอยู่ แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ตอบรับกองกำลังทหารราบของไทย เพราะประเทศไทยเคยมีความร่วมมือ และเคยให้การช่วยเหลือซูดานมาก่อนในเรื่องไฟฟ้า ซึ่งทหารราบของไทยเป็นทหารราบจากประเทศเดียวนอกเหนือจากกลุ่มประเทศแอฟริกาที่ได้รับการตอบรับเข้าไปในซูดาน
พันเอก(พิเศษ)ณัฐวุฒิ สบายรูป ที่ปรึกษาทางการทหารประจำคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก กล่าวถึงการมีส่วนร่วมของไทยในปฏิบัติการด้านสันติภาพของสหประชาชาติว่า ที่ผ่านมาไทยส่งกำลังพลทหารกว่า 2 หมื่นนาย เข้าร่วมใน 18 ภารกิจ ซึ่ง 12 ภารกิจอยู่ภายใต้ยูเอ็น ปัจจุบันยังร่วมใน 3ภารกิจ ได้แก่ UNC ,UNAMID และ UNMOGIP ส่วนตำรวจส่งไปแล้วกว่า 250 นาย ใน 5 ภารกิจ ปัจจุบันยังคงไว้ 2 ภารกิจ คือ MINUSTAH และ UNMIL ซึ่งการมีส่วนร่วมเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนโอกาสบนเวทีโลกของไทย โดยเฉพาะในปี 2014 ที่ไทยจะสมัครเป็นสมาชิก UN Human Right Council และปี 2015 ที่ไทยต้องการสมัครเข้าเป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) ของกลุ่มเอเชียในวาระปี 2017 - 2018 หลังจากไทยเคยเป็นสาชิกไม่ถาวรมาแล้ว1 สมัย คือวาระปี 1985 - 1986.
ขณะที่ พลโท บาบาคาร์ กาย Assistant Secretary - General และ Military Advisor ผู้แทนจากสหประชาชาติ กล่าวว่า ความท้าทายของกองกำลังรักษาสันติภาพของยูเอ็นในปัจจุบันคือ ขนาดของกองกำลังยังไม่สอดคล้องกับสัดส่วนของประชากร ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ความต้องการกองกำลังรักษาสันติภาพมีมากขึ้น อีกทั้งยังขาดแคลนเทคโนโลยีที่ทันสมัยมีศักยภาพในการปฏิบัติการในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องภาษาของเจ้าหน้าที่ โดยแนวโน้มของภารกิจมักจะอยู่ในพื้นที่ต้องใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นส่วนใหญ่ แต่กองกำลังจากชาติสมาชิกยังมีปัญหาเรื่องนี้ ส่วนในกรณีที่มีความกังวลด้านความพร้อมทางเทคโนโลยีของกองกำลังที่ส่วนมากมาจากประเทศกำลังพัฒนานั้น พลโทกาย กล่าวว่า ภาษาเป็นเรื่องสำคัญ เช่นเดียวกับการคุ้มครองเจ้าหน้าที่สตรี ซึ่งยูเอ็นให้ความสำคัญมาก และถือเป็นปัจจัยในการพิจารณาคัดเลือกกองกำลังเข้าร่วมภารกิจ และในโอกาสนี้ พลโทกาย ยังได้ชื่นชมกองกำลังของไทยถือเป็นตัวอย่างที่ดีของประเทศที่มีทัศนคติที่ดีในการทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ของยูเอ็นในเรื่องปฏิบัติการรักษาสันติภาพด้วย





