'ถวิล'ดีใจศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งนายกฯ

'ถวิล'ดีใจศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งนายกฯ

ถวิล"ดีใจศาลปกครองกลางพิพากษาเพิกถอนคำสั่ง"ยิ่งลักษณ์"ย้ายจากเลขาฯสมช.ไปเป็นที่ปรึกษา

นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คืนตำแหน่งเลขาฯสมช.ให้ ว่า วันนี้ศาลปกครองกลางได้้มีคำพิพากษาที่ตนได้ยื่นฟ้องเอาไว้หลังถูกย้ายตำแหน่งจากตำแหน่งเลขาสมช.ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีโดยมิชอบ ซึ่งศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งนายกฯที่ย้ายโอนตน โดยเห็นว่าการออกคำสั่งย้ายโอนตนนั้นดำเนินการโดยไม่ชอบด้้วยกฎหมาย และมีการใช้ดุลพินิจที่ไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ศาลยังมีีคำสั่งให้เพิกกถอนคำวิินิจฉัยของคณะกรรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมด้วย

นายถวิล กล่าวอีกว่า ศาลได้ให้นายกฯคืนตำแหน่งกลับให้ตนโดยเร็ว โดยในรายละเอียดศาลได้มีคำวินิจฉัยในทางกฎหมายอยู่ 2 แง่คือ ชอบด้วยกระบวนการและวิธีการกฎหมายหรือไม่ ซึ่งในการย้ายข้าราชการตามระเบียบราชการ ต้องได้รับการยินยอมจากหน่วยที่สังกัดอยู่คือสมช. กับหน่วยที่รับโอนตนคือสำนักเลขาธิการนายกฯ โดยศาลเห็นว่ามีีการปฎิบัติโดยไม่ชอบ ไม่เป็นไปตามขั้นตอน มีการปกปิดข้อเท็จจริิง และในแง่ที่ 2 คือ การวินิจฉัยเรื่องของดุลพินิจ ซึ่งตำแหน่งเลขาธิการสมช.นั้นมีฐานะสูงกว่าที่ปรึกษานายกฯ มีอำนาจตามกฎหมมายในการดำเนินการ และเหตุที่นายกฯอ้างว่าตนมีความรู้ความสามารถในเรื่องของความมั่นคง ก็็จะสามารถไปช่วยในเรื่องนโยบายได้ โดยศาลเห็นว่าอยูู่ที่ตำแหน่งเลขาฯสมช.ก็ดำเนินงานได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องโอนตำแหน่ง และตำแหน่งเลขาฯสมช. ตอบสนองการทำงานด้านความมั่นคงได้ดีกว่า ฉะนั้นศาลเห็นว่าการย้ายครั้งนี้้เป็นการลดบทบาทหน้าที่ของตน

"ขอบคุณศาลปกครองที่ได้ให้ความเป็นธรรม ซึ่งตนตกอยู่ในความทุกข์ที่ไปร้องศาลปกครองอยู่ 1 ปี 8 เดือน 24 วัน โดยวันนี้ก็ยิ้มออก แต่อย่างไรก็ตามดีใจได้แค่ครึ่งหัวใจเท่านั้น เพราะยังมีเพื่อนข้าราชการอีกจำนวนมากที่ไม่่ได้รัับความยุุติธรรมเหมือนตน ที่ยังถูกรังแกอยู่ ทั้งนี้ขอฝากไปยังผู้ที่มีีอำนาจโยกย้ายข้าราชการไม่ว่าจะอยูู่ในตำแหน่งใดก็ตามว่า ระบบที่ไม่ตั้งอยู่ในพื้นฐานคุุณธรรม จริยธรรรม ได้ทำร้ายข้าราชการที่ดีจำนวนมาก ทั้งนี้ขอฝากไปยังเพืื่อนข้าราชการด้วยว่า เราเข้ามารับข้าราชการเป็นอาชีพ ขอให้ภาคภูมิใจในการเป็นข้าราชการรับใช้้ประชาชน และขอให้มีใจที่เข้มแข็งต่่อสู้เพื่อความยุติธรรม ทั้งยังฝากไปยังข้าราชการที่ไม่ดี ซึ่งคิดว่ามีอยู่น้อยอีกว่า เลิกทำร้ายข้าราชการด้วยกันได้แล้ว รวมทั้งเลิกนิสัยมักง่ายประจบสอพลอด้วย "

นายถวิล กล่าวอีกว่า ขอฝากไปยังคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)ด้วยว่า เรื่องตนอยู่ที่ก.พ.ค. 7 เดือน พบจุุดอ่อนคือ มีการพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายเฉพาะเรื่องขั้นตอนปฎิบัติเท่านั้น โดยไม่ได้ดูเรื่องของดุลพินิจด้วย ซึ่งมีเพียงเสียงส่วนน้อยแค่ 3 เสียงเท่านั้นที่เห็นเรื่องของดุลพินิจ อย่างไรก็ตามเรื่องของตนยังไม่ถึงที่สิ้นสุด เพราะยังสามารถยื่นอุทธรณ์ในศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วัน ก็ขึ้นอยูู่่ที่นายกฯว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ แต่สำหรับตนได้ทั้ง 2 แบบถ้าไม่อุทธรณ์ก็กลับไปทำงานปกติ เมื่อถามว่าถ้าไม่ได้กลับไปดำรงตำแหน่งเดิม แต่มีระดับเทียบเท่าตำแหน่งเเดิมจะรับหรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะตนยื่นศาลปกครองว่ามีการย้ายตำแหน่งโดยไม่ชอบ ฉะนั้นก็ต้องย้ายกลับตำแหน่งเดิมเท่านั้น

ส่วนกรณีนายพีรพล ไตรทศาวิทย์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ท่านเกษียณแล้วจึงไม่มีีการยื่นอุทธธรณ์ แต่ขณะที่ตนยังไม่เกษียณ ซึ่งจะเกษียณในปี 2557 โดยถ้าไม่ยื่นอุทธรณ์สำหรับคนทีี่เกษียณแล้ว และคนที่ยังไม่เกษียณก็จะยื่นอุททธรณ์นั้น กฎหมายคงไม่เป็นกฎหมาย ไม่มีหลักไม่มีเกณฑ์ แต่ท้ายสุุดก็ขึ้้นอยูู่กับดุลพินิจของนายกฯ ทั้งนี้ขอยืนยันว่าไม่รับตำแหน่งอื่น นอกจากตำแหน่งเดิม อย่างไรก็ตามไม่กลัวนายกฯดึงเรื่องจนตนเกษียณ เพราะมีกฎหมาย มีความเป็นธรรมอยูู่

เมื่อถามว่าถ้ากลับมาดำรงตำแหน่งเลขาฯสมช.พร้อมที่จะสานงานต่อเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็นหรือไม่ นายถวิลกล่าว เร็วเกินไปทีี่จะพูด เรื่องนี้ แต่ได้คิดไว้แล้ว

"การย้ายข้าราชการได้ทำลายองค์กร ทำลายขวัญกำลังใจข้าราชการ ซึ่งในขณะที่ผมเป็นเลขาฯสมช. ผมได้สอนน้องๆตลอดว่าจะเป็นข้าราชการที่ดีเติบโตได้ต้องทุ่มเท เห็นประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และตั้งแต่รับราชการมาผมไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง ไม่เคยทำงานให้พรรคการเมืองเลย " นายถวิล กล่าว