ศาลยกฟ้อง "ประธานวุฒิสภา" หมิ่นประมาท "รสนา" กล่าหาพาสามีเข้าห้องประชุมสภา ชี้ยังไม่มีมูลว่าหมิ่นประมาท
ศาลได้คำสั่ง คดีหมายเลขดำ อ.4386/2555 ที่ น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 กรณีเมื่อวันที่ 24 ส.ค.55 นายนิคม ได้เขียนบทความลงในวารสารวุฒิสภา ฉบับเดือน ส.ค.2555 หน้าที่ 7 คอลัมน์ “บันทึกประวัติศาสตร์รัฐสภาไทย” พาดพิงทำนองว่าในที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 “น.ส.รสนา ได้กลับเข้ามาในห้องประชุมอีกครั้ง พร้อมสามี ทำให้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้น” ซึ่งทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยโจทก์ยืนยันว่า ไม่เคยนำสามีเข้ามาในที่ประชุมวุฒิสภา หรือที่ประชุมรัฐสภา แต่อย่างใด
ศาลพิเคราะห์คำเบิกความของโจทก์ที่นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เห็นว่า โจทก์เบิกความยืนยันว่า โจทก์ได้พิสูจน์ต่อหลายหน่วยงานแล้ว ทั้ง คณะกรรมการของวุฒิสภา หรือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีบันทึกและการสอบสวนสรุปตรงกันว่า โจทก์ไม่ได้นำ นายสันติสุข โสภณสิริ สามีเข้าไปในห้องประชุมรัฐสภา
อย่างไรก็ตาม ข้อความดังกล่าว มีคำว่า “พร้อม” ซึ่งอาจตีความได้หลายนัย เช่น เข้ามาพร้อมกัน แต่ไม่อาจตีความได้ว่าโจทก์เป็นผู้นำเข้ามาก็ได้ กรณีจึงไม่อาจสรุปได้ว่า โจทก์นำสามีเข้ามาตามที่ฟ้องหรือไม่ นอกจากนี้การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท จะต้องพิจารณาการรับรู้ อารมณ์ความรู้สึกและความเข้าใจในถ้อยคำ หรือความรู้สึกของวิญญูชนทั่วไปเป็นเกณฑ์ว่า เป็นการหมิ่นประมาทหรือไม่ ขณะที่ข้อความซึ่งจำเลยเขียนลงในบทความ เป็นการบรรยายสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะไม่ตรงต่อความเป็นจริงที่เกิดขึ้นบ้างแต่ก็ยังไม่ถึงขนาดทำให้ผู้ที่ได้อ่านข้อความหรือรับฟัง เข้าใจผิดว่าโจทก์เป็นคนที่ไม่ดีจนถูกประชาชน หรือ สังคมตั้งข้อรังเกียจแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงยังไม่มีมูลอันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท พิพากษายกฟ้อง





