ไล่สอบย้อนหลัง5ปี คดีบึ้มกรุงโยงหน้าม.ราม

ไล่สอบย้อนหลัง5ปี คดีบึ้มกรุงโยงหน้าม.ราม

ตำรวจไล่สอบย้อนหลัง 5 ปี คดีบึ้มกรุง โยงเหตุหน้าม.รามฯ ชี้คนมีสีมือทำระเบิด

จากเหตุการณ์ระเบิดหน้ารามซ.43/1 ตำรวจมุ่งเป้าขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ แต่คงไม่หยุดอยู่แค่นั้นจำเป็นต้องสอบย้อนหลังหลายๆคดีที่ระเบิดในเมืองกรุง เพื่อต้องการสาวถึงผู้อยู่เบื้องหลังในเหตุการณ์แต่ละกรณี

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่างผบช.น. กล่าวถึงเหตุระเบิดซอยรามคำแหง 43/1 ว่า ยังคงมุ่งปมเรื่องความขัดแย้งผลประโยชน์ และเรื่องผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ รวมถึงการเก็บค่าเช่าพื้นที่ขายของต่างๆ ที่มีทั้งหน่วยงานเทศกิจ และยังมีนิติบุคคลเข้าไปเก็บค่าเช่าด้วย คงต้องสืบสวนให้ได้ว่า ระเบิดครั้งนี้มีใครได้หรือเสียประโยชน์อย่างไร รวมถึงประเด็นที่ต้องการก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองด้วย ตำรวจจะสืบหมดทุกประเด็นที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ชัด จึงสั่งให้ตรวจสอบอย่างละเอียดว่า คดีระเบิดที่รามคำแหงมีส่วนเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ปาปะทัดเข้าไปในที่ทำการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐหรือไม่ ทั้งนี้ คงต้องใช้เวลาสักระยะ

ด้าน พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. กล่าวว่า มีการรื้อคดีระเบิดที่เกิดขึ้นใน กทม.ช่วงที่ผ่านมาในแต่ละปี เพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน และวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของคนร้ายตั้งแต่ปี 2549 ที่ผ่านมา ว่ามีความใกล้เคียงกันหรือไม่ พร้อมเร่งรัดการสืบสวนหาพยานหลักฐาน เบาะแสคนร้าย และสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ ทุกอย่างยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็นำคดีเก่าๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาเทียบเคียง คาดว่าเร็วๆ นี้จะรู้ผลว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในครั้งก่อนๆ หรือไม่

พ.ต.อ.ชาญ แสงเสียงฟ้า รอง ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า ชุดสืบสวนดูกล้องวงจรปิดโดยรอบบริเวณที่เกิดเหตุแล้วประมาณ 10 ตัว แต่ยังไม่เห็นคนร้ายที่นำระเบิดมาวางไว้ เพียงแต่เห็นภาพคนที่เดินไปมาเท่านั้น ซึ่งยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นใคร
ขณะที่ฝ่ายสืบสวนนครบาล 4 วิเคราะห์ว่า คนที่ประกอบระเบิดน่าจะมีความรู้และเชี่ยวชาญเป็นอย่างดี อาจจะเชื่อมโยงกับพวกกลุ่มคนมีสี เพราะชาวบ้านปกติธรรมดาทำไม่ได้ หรืออาจเป็นการประกอบระเบิดของกลุ่มก่อความไม่สงบภาคใต้ เนื่องจากมีความชำนาญ เพราะในย่านนั้นเป็นแหล่งของคนใต้กลุ่มเก่าดั้งเดิมอาจมีความสัมพันธ์กัน โดยนำระเบิดมาจากพื้นที่ภาคใต้แล้วมาก่อเหตุก็เป็นได้ ส่วนสาเหตุนั้นยังคงมุ่งประเด็นไปที่เรื่องขัดแย้งกันเองอย่างแน่นอน ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ภาคใต้ แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นเรื่องอะไร อยู่ในระหว่างการสืบสวน

จากการตรวจสอบจากผู้ชำนาญการด้านวัตถุระเบิด ชี้ชัดว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องแรงดันต่ำ มีส่วนประกอบของตะปูจำนวนมาก โดยจุดชนวนด้วยการตั้งเวลา เมื่อเกิดระเบิดขึ้นแรงระเบิดจะทำให้ตะปูที่อัดอยู่แน่นแตกกระจายตัวลักษณะดาวกระจาย ทำให้ไปถูกประชาชนที่อยู่ในที่เกิดเหตุ และที่เดินผ่านไปมาได้รับบาดเจ็บ โดยคนที่ประกอบระเบิดมีความพยายามในการทำให้ดูเหมือนระเบิดที่ใช้ในภาคใต้ แต่ความจริงไม่ใช่ เพราะระเบิดที่ใช้ในภาคใต้นั้น มีอานุภาพในการทำลายร้างรุนแรงกว่าหลายเท่า และต้องการให้มีการสูญเสียในวงกว้าง หวังผลต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพราะส่วนประกอบระเบิดจะมีตะปูเรือใบลักษณะตัดแหลมคม ไม่โค้งงอ และมีลูกเหล็กเป็นส่วนประกอบ เพื่อช่วยให้มีเสียงดังและมีสะเก็ดระเบิดจำนวนมาก ต้องการให้มีผู้บาดเจ็บและล้มตาย ที่สำคัญการวางระเบิดของภาคใต้หวังผลสูญเสียจำนวนมาก และจะทำพร้อมกันหลายจุด

จากแนวทางการสืบสวนเบื้องต้น มีรายงานทางลับว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นหน้ารามฯ นั้น มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งของกลุ่มมาเฟีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่เรียกค่าคุ้มครองพื้นที่แผงลอยร้านค้าหาผลประโยชน์ เป็นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มเก่ากับกลุ่มใหม่ เป็นกลุ่มของคนมีสีที่อ้างตัวว่าเป็น เสธ.และกลุ่มคนใต้เก่าดั้งเดิมที่อยู่พื้นที่ดังกล่าวมานาน เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา กทม.และสำนักงานเขตได้เข้ามาจัดระเบียบใหม่ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงสัมทปานในพื้นที่ร้านค้าแผงลอยบนทางเท้า