วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุรพงษ์'นำรัฐมนตรีประชุมชายแดนไทย-กัมพูชา

"สุรพงษ์"เผยจะนำรัฐมนตรี ประชุมร่วมคณะทำงานไทย-กัมพูชา วางแผนพัฒนาชายแดน ในวันที่ 10-11 มิ.ย.นี้

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมเตรียมการคณะทำงานร่วมด้านการพัฒนาพื้นที่ชายแดนและการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมไทย-กัมพูชา ฝ่ายไทย ครั้งที่ 3 โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย อาทิ พล.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่า การประชุมดังกล่าวจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 10-11 มิถุนายนนี้ ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยการประชุมระดับรัฐมนตรีจะมีขึ้นวันที่ 11 มิถุนายน โดยมีนายฮอร์นัม ฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เป็นประธานร่วมกับตน และจะมีรัฐมนตรีอีก 10 กระทรวงของไทยเดินทางร่วมคณะด้วย เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า การประชุมได้พูดคุยประเด็นที่จะนำไปหาความร่วมมือใน 5 ด้าน ประกอบด้วย 1. การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนไทย-กัมพูชา โดยฝ่ายไทยเสนอว่าจะจัดตั้งเขตนิคมอุตสาหกรรม ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว และอำเภอปอยเปต จังหวัดบันเตียนเมียนเจย และที่จังหวัดตราด-เกาะกง 2. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 3 ประเภท ประกอบด้วย เส้นทางถนนหมายเลข 5,6และ 48 ของไทย ไปยังเส้นทางไปยังอำเภอสะแลฮัมเบิล จังหวัดเกาะกง เส้นทางรถไฟจากอำเภออรัญประเทศถึงบ้านคลองลึก ตำบลท่าข้าม จังหวัดสระแก้ว ระยะทาง 6 กิโลเมตร และเส้นทางจากอำเภอปอยเปต -อำเภอศรีโสภณ ประเทศกัมพูชา ระยะทาง 48 กิโลเมตร และการพัฒนาจุดผ่านแดนที่บ้านหนองเอียน จังหวัดสระแก้ว กับบ้านสตึงบท จังหวัดบันเตียนเมียเจย 3.การพัฒนาสาธารณูปโภคและความร่วมมือด้านพลังงาน ประกอบด้วย การขายไฟฟ้าให้กัมพูชาเพิ่มเติมจากเดิม 80 เมกะวัตต์ เป็น 120 เมกะวัตต์ การพัฒนาและร่วมมือในเขื่อนไฟฟ้าสตึงนำ และโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดเกาะกง

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า 4.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ประกอบด้วย การพัฒนาด้านสาธารณสุข การพัฒนาฝีมือแรงงานกัมพูชา การส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาไทย ในมหาวิทยาลัยชายแดนไทย-กัมพูชา ศูนย์แรกรับเหยื่อค้ามนุษย์ที่จังหวัดบันเตียนเมียนเจย และศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบนถนนเชื่อมโยงไทย-กัมพูชา 5.การสร้างรายได้ให้กับประชาชนกัมพูชา ประกอบด้วย การอำนวยความสะดวกด้านปัจจัยการผลิตในด้านอุตสาหกรรมการเกษตร และสาขาการผลิตที่เกี่ยวข้อง ด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวจะนำเสนอเป็นเอกสารให้ฝ่ายกัมพูชาได้เตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า หากฝ่ายกัมพูชาเห็นด้วยกับประเด็นฝ่ายไทยสามารถดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 190 เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงความร่วมมือที่ได้ดำเนินการมาแล้วต่อเนื่อง
รีไร้ท์-โอภาส