วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.รับทราบรายรับ-จ่ายที่ไม่ต้องส่งแผ่นดิน

ครม.รับทราบรายงานรายรับ-จ่ายเงินรายได้ ที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานการรับและการใช้จ่ายเงินรายได้ที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2551-2552 (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งได้แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม คือ 1.ทุนหมุนเวียน 2.เงินฝาก 3.รัฐวิสาหกิจ 4.องค์การมหาชน และ 5.หน่วยงานของรัฐอื่นที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล พบว่า ในปีงบประมาณ 2552 มีสินทรัพย์รวมทั้ง 5 กลุ่ม จาก 431 หน่วยงาน ประมาณ 10,721,584.20 ล้านบาท และ มีสถานะเงินคงคลังเหลือปลายปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 ประมาณ 1,688,282.71 ล้านบาท โดยมีหน่วยงานที่ยังไม่ได้ส่งรายงาน จำนวน 6 หน่วยงาน และในปี พ.ศ. 2551 มีสถานะเงินคงคลังเหลือปลายปีงบประมาณ ราว 1,419,005.67ล้านบาท ซึ่งเป็นข้อมูลจาก 415 หน่วยงาน โดยมีหน่วยงานที่ไม่ได้ส่งรายงาน จำนวน 6 หน่วยงาน เช่นกัน สำหรับผลการดำเนินงานรวมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 มีรายได้รวมและค่าใช้จ่ายรวมลดลง แต่มีรายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณพ.ศ. 2551 คิดเป็น ร้อยละ 24.42 โดยส่วนใหญ่ เป็นสัดส่วนของกลุ่มของรัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน

ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติให้กระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการกฏษฎีกา จัดตั้งกลไกเพื่อติดตามรายงานจากหน่วยงานที่ยังไม่ส่งรายงาน 6 แห่ง ประกอบด้วย 1.กรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน (กระทรวงมหาดไทย) 2.กรมคุมประพฤติ (กระทรวงยุติธรรม) 3.กรมศิลปากร (กระทรวงวัฒนธรรม) 4.กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กระทรวงสาธารณสุข) 5.มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (กระทรวงศึกษาธิการ) และ 6. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง ให้หน่วยงานที่มีลักษณะการปกครองพิเศษ คือ กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และหน่วยงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน นำเสนอรายงานการรับและการใช้จ่ายเงินรายได้ที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินฯ ต่อ คณะรัฐมนตรีโดยตรง

ทั้งนี้เพื่อให้คณะรัฐมนตรีสามารถนำเสนอรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ได้ครบถ้วน และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 170 วรรคหนึ่ง ที่วางหลักเกณฑ์ให้หน่วยงานของรัฐทำรายงานการรับและการใช้จ่ายเงินรายได้ที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อสิ้นปีงบประมาณทุกปีและให้คณะรัฐมนตรีทำรายงานเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไป

ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวต่อว่า รายงานดังกล่าวเป็นฉบับปรับปรุง หลังจากที่ ได้มีการถอนเอกสารรายงาน ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญทั่วไป เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2555 เนื่องจากมีประเด็นข้อสังเกตเกี่ยวกับหน่วยงานที่ไม่จัดส่งรายงานฯ จำนวน 91 แห่งในปีงบประมาณ2551 และ90 แห่ง ในปี งบประมาณ2552 จึงถือว่ารายงานฯ ฉบับนี้ ยังไม่สมบูรณ์ และขอให้ติดตามทวงถามให้ครบถ้วนแล้วนำมาเสนอสภาผู้แทนราษฎรอีกคร้ัง ซึ่งกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางได้ติดตามทวงถามแล้ว แต่ยังเหลือหน่วยงานที่ไม่ส่งรายงานดังกล่าว