วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กรณ์'แถลงอัดกมธ.กู้2ล้านล้านปกปิดข้อมูล

"กรณ์"นำทีมปชป.แถลงอัดกมธ.เงินกู้2ล้านล้านปกปิดข้อมูล ขู่วอล์คเอ้าท์หากไม่ได้ข้อมูลรายละเอียดโครงการภายใน 3 มิ.ย. จ่อยื่นศาลรธน.

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการฯเสียงข้างน้อยพิจารณา พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ได้ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายกรณ์ กล่าวว่า แม้เราจะสนับสนุนหลักการในการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบขนส่ง แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่ารัฐบาลไม่มีความพร้อมในโครงการตามที่กำหนดใน พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท อีกทั้งโครงการที่มีความพร้อมก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกู้ยืมเงิน 2 ล้านล้านบาท แต่สามารถหาเงินทุนจากแหล่งรายได้อื่น สำหรับในส่วนที่จำเป็นต้องกู้ก็สามารถกู้ผ่านพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีตามปกติได้ โดยไม่ต้องออกกฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท

นอกจากนี้กรรมาธิการเสียงข้างมากมีการกล่าวอ้างว่า ในอนาคตจะยังไม่มีการเบิกจ่ายเงินกู้หากโครงการไม่พร้อม แต่เรายืนยันว่าทำไม่ได้ เพราะเท่ากับมีส่วนในการอนุมัติเห็นชอบกฎหมายกู้เงินสองล้านล้านบาท จึงไม่สามารถปล่อยผ่านไปก่อนได้ตามที่ฝ่ายรัฐบาลต้องการ เนื่องจากเชื่อว่ารัฐบาลจะนำเงินไปใช้ในโครงการอื่นแทน เนื่องจากมีการเปิดช่องเอาไว้แล้วเพราะไม่มีการบรรจุโครงการที่ชัดเจนเป็นบัญชีแนบท้ายในกฎหมาย

นายกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลก็ไม่ยอมให้มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องและตัวแทนองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นที่รัฐบาลเข้ามาเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการ จึงชัดเจนว่า สุดท้ายแล้วรัฐบาลก็ไม่เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบหรือแก้ไขตามความเหมาะสม ผ่านมากรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ยื่นเพื่อขอรายละเอียดต่างๆ ในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมของประเทศ ต่อกรรมาธิการเสียงข้างมาก แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือ

"กรรมาธิการเสียงข้างน้อยจึงได้ยื่นคำขาดไปยังกรรมาธิการเสียงข้างมากว่า หากหน่วยงานทั้งหมดไม่ให้รายละเอียดที่จำเป็นภายในวันที่ 3 มิ.ย. กรรมาธิการเสียงข้างน้อยจะไม่ร่วมพิจารณาในที่ประชุมกรรมาธิการฯ แต่จะเปิดโปงต่อสาธารณะและยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากเห็นว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ควรกู้เงินมากองไว้ และอาจมีการดัดแปลงเอาเงินกู้ไปใช้ในโครงการอื่น"นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องการรวบอำนาจในการใช้เงินกู้ก้อนดังกล่าวเอาไว้กับตัวเอง ซึ่งมีข้าราชการที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ถึงกับกระซิบกับพวกเราว่า หลายโครงการที่เสนอทำไม่ได้แต่ต้องล็อคเงินไว้ในกฎหมาย เพื่อสลับเงินในส่วนนี้ไปใช้ทำอย่างอื่นที่ไม่ได้รายงานต่อสภา ถือเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วง อีกทั้งบางโครงการมีการกำหนดราคาโครงการสูงไว้ก่อน เพื่อหวังผลในการแต่งตั้งที่ปรึกษาโครงการซึ่งคำนวณเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าโครงการ ไม่ว่าโครงการดำเนินการหรือไม่ค่าที่ปรึกษาจะถูกจ่ายไปแล้ว โดยรวมสูงถึง 6 หมื่นล้านบาท ที่เป็นค่าใช้จ่ายส่วนแรกที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน จึงยอมรับไม่ได้ที่จะร่วมสังฆกรรมกับการทำงานในลักษณะนี้

นายกรณ์ กล่าวว่า สำหรับโครงการที่ไม่มีความพร้อมนั้น รวมกันแล้วมูลค่าราว 1.5 ล้านล้านบาท เช่น รถไฟความเร็วสูงทุกเส้นทาง มูลค่าเกือบ 8 แสนล้านบาท รถไฟทางคู่ 11 เส้นทาง มีพร้อมแค่ 5 เส้นทาง แม้แต่รถไฟในระบบขนส่งมวลชน กทม.บางเส้นทางก็ขาดความพร้อม ท่าเรือ 3 แห่ง ยังขาดการศึกษา ศูนย์กระจายสินค้า 15 ศูนย์ ไม่มีความพร้อมแม้กระทั่งสถานที่ในการก่อสร้าง โดยข้อมูลที่กรรมาธิการฯเสียงข้างน้อยได้สอดคล้องกับผลการศึกษาของทีดีอาร์ไอที่ระบุว่า มูลค่าโครงการที่มีความพร้อมมีอยู่เพียงแค่ว่า 4แสนล้านบาท ซึ่งสามารถใช้เงินงบประมาณปกติได้ ทั้งนี้หากกรรมาธิการเสียงข้างน้อยไม่ร่วมพิจารณาแต่กรรมาธิการของรัฐบาลยังเดินหน้าพิจารณาต่อไป ก็จะใช้วิธีการให้ข้อมูลกับประชาชน และเตรียมข้อมูลสำหรับการอภิปรายในวาระสองและสามในสภา จากนั้นจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่ากฎหมายดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่เมื่อผ่านวาระสามแล้วตามขั้นตอนของกฎหมาย