พนักงานสวทช. นัดแต่งดำไว้อาลัยกับพฤติกรรม รมว.วิทยาศาสตร์ ออกหนังสือแจงนายกฯยุติการทำงาน ออกคำสั่งรีดงบเอื้อหาเสียง
ความคืบหน้าภายหลังจากที่มีใบปลิว “ความไร้ธรรมาภิบาลของ รมว. วิทยาศาสตร์ฯ” ใจความถึง นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคนปัจจุบัน และจดหมายเปิดผนึก “ไว้ทุกข์ให้กับความถดถอยของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทย” โดยพนักงานกลุ่มหนึ่งที่รู้สึกอัดอัดกับการบริหารงานที่ไม่เป็นธรรมของนายวรวัจน์ จนทำให้สถานการณ์ภายในกระทรวงวิทย์ฯ และสวทช. ตึงเครียด มีการออกคำสั่งจากผู้อำนวยการศูนย์แห่งชาติห้ามให้พนักงานเข้าไปยุ่งเกี่ยว ตลอดจนนายวรวัจน์เอง ได้มีการเรียกพนักงานที่ต้องสงสัยเผยแพร่ข้อความดังกล่าวเข้าชี้แจง
ผู้แทนพนักงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า ข้อความดังกล่าวเป็นความเห็นจากกลุ่มตัวแทนพนักงานกว่า 100 คน ที่มีการแสดงความกังวล และหารือกันมาก่อนหน้านี้ โดยการขับเคลื่อนของกลุ่มพนักงานดำเนินการเป็นไปตามระเบียบขององค์กร ที่แม้จะไม่มีสหภาพที่ มีกฎหมายรองรับ แต่มีการเลือกตั้งตัวแทนพนักงานเพื่อทำหน้าที่เป็นปากเสียง เจรจากับผู้บริหารระดับสูง โดยพนักงานที่เห็นด้วยจะนัดแต่งชุดดำตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. เป็นต้นไป
“พนักงานเริ่มรู้สึกอึดอัน ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการทำงาน ถ้าคิดว่าทำงานให้สังคมแล้วสังคมได้ประโยชน์ การวิจัยของประเทศถดถอย ก็ควรเคลื่อนไหวเพื่อให้มวลชนรู้ จะเกิดอะไรขึ้นก็น้อมรับ” ผู้แทนพนักงานกล่าว และว่า จากการพูดคุยของกลุ่มพนักงาน พวกเราเข้าใจดีว่าการทำงานของรัฐมนตรีอยู่ภายใต้กรอบอำนาจที่ทำได้ เช่น การเข้าประชุมบอร์ด หรืออำนาจการบริหารงานต่างๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นพฤตินัยโดยที่ไม่มีลายลักษณ์อักษร เช่น การสั่งการให้มีการนำผลงานของกระทรวงไปลงในพื้นที่จังหวัดของตัวเอง
“พนักงานน้อมรับทำงานตามคำสั่งเต็มที่แล้ว โดยมองว่าเป็นกลไกการทำงานให้กับประเทศ แต่หลายอย่างเริ่มทำให้อึดอัด แม้ไม่ใช่การทุจริต แต่มีคำสั่งให้หาซื้อของไปลงในพื้นที่ เราคิดว่ามันไม่น่าใช่”
ความไม่เป็นธรรรมกับกระบวนการบริหารงานภายใน สวทช. ที่มี พรบ. เป็นของตัวเอง โดยให้อำนาจอนุมัติวงเงินการตัดสินใจ แต่ตอนนี้รัฐมนตรีเข้ามา โครงการใดที่มีงบประมาณเกิน 2 ล้านบาทขึ้นไป ต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐมนตรี หากไม่อนุมัติก็ดำเนินการไม่ได้
พนักงานทำตามนโยบาย และคำสั่งในทางพฤตินัย แต่บางทีมันเยอะเกิน การตัดงบประมาณถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ในโครงการที่รัฐมนตรีคิดว่าไม่ตอบโจทย์รัฐออกไป เพื่อนำไปใช้ในโครงการที่เกิดขึ้นภายใต้นโยบาย และมีพวกพ้องเข้ามาเกี่ยวข้อง
ผู้แทนพนักงาน ยอมรับว่า องค์กรด้านวิจัยและพัฒนาไม่เคยเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน กว่า 20 ที่มีการก่อตั้งและวางรากฐานด้านธรรมาภิบาลในองค์กรไว้สูงมาก สวทช. ถูกปลูกฝังให้เป็นองค์กรที่มีคุณธรรม จริยธรรมการทุจริตคอร์รัปชันแทบจะไม่มี
“สิ่งที่เกิดขึ้นเราได้รับผลกระทบจากการบริหารงานที่ไม่เป็นธรรม เกินที่จะทน จึงต้องการสื่อสารไปยังรัฐมนตรีหรือผู้ที่มีอำนาจ กระทรวงอื่นมีรูปแบบการจัดการเฉพาะตัวหลังจากผ่านวิกฤติการณ์มามาก แต่กระทรวงวิทย์ไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ทำให้นักวิจัยรู้สึกอึดอัด ทำอะไรให้ก็ไม่พอใจ ผู้บริหารตำหนิตลอดเวลา และเข้าใจว่ารัฐมนตรีจะมีอคติกับ สวทช. พอสมควร เนื่องจากแนวทางการทำงานที่ผ่านมาไม่ตรงกัน”





