"อภิสิทธิ์"ชี้ นิรโทษกรรม ฉบับ"เฉลิม"ช่วย"ทักษิณ"พ้นผิด ได้เงิ 46,000 ล้านบาทคืน ระบุหากนายกฯลงนาม จะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องไม่ได้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel เกี่ยวกับการดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯเข้าพิจารณาในสมัยประชุมวิสามัญว่า ไม่ทราบ แต่ก็ไม่แน่ใจว่า รัฐบาลได้เสนอพระราชกฤษฏีกาปิดสมัยประชุมวันที่ 31 พ.ค.ก็หมายความว่าจะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 เพียง 3 วัน ดังนั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องมายื่นก่อนเปิดประชุมสมัยวิสามัญ อย่างไรก็ตามตนเห็นว่า เรื่องนี้มีเป้าหมายคือ พาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯกลับบ้าน ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงไม่ใช่กฎหมายปรองดอง แต่เป็นกฎหมายที่ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณพ้นผิดทุกคดี และที่ร.ต.อ.เฉลิม อ้างว่า กฎหมายฉบับนี้ พ.ต.ท.ทักษิณจะไม่ได้เงิน 46,000 ล้านบาทคืน ก็น่าจะมีปัญหาเพราะในร่างกฏหมายฉบับนี้มีการพูดถึงความเป็นโมฆะของการกระทำของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส. ) ซึ่งตนเชื่อว่า เมื่อกฎหมายผ่าน พ.ต.ท.ทักษิณ จะยืนขอคืนเงิน ขณะเดียวกันก็จะให้นายกฯ เซ็นรับรองในฐานะเป็นกฎหมายการเงินด้วย ดังนั้นต่อไปนี้นายกฯ จะประกาศว่า ไม่เกี่ยวไม่ข้อง ไม่ได้แล้วนะครับ เพราะว่านายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นคนลงนาม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การที่ ร.ต.อ.เฉลิม ยื่นร่างพรบ. ฉบับสุดซอยเข้าไปในช่วงนี้นั้น ก็เพื่อจะให้เข้าไปรวมกับร่างฯ นิรโทษกรรมที่รอจ่อเข้าวาระในการเปิดสมัยประชุมหน้า ซึ่งก็น่าจะเป็นปัญหา เพราะมีร่างของนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยและอีก 4 ฉบับที่จ่อการพิจารณาอยู่ ซึ่งเป็นไปได้ที่จะนำมาพิจารณารวมกัน ทั้งนี้พรรคยืนยันว่า จะคัดค้านกฎหมายเหล่านี้ ส่วนกฏหมายจะผ่านช้าหรือเร็วก็อยู่ที่กระบวนการของสภา แต่ก็เป็นไปได้ที่จะเสนอให้มีการพิจารณา 3 วาระรวด อย่างก็ตามคงต้องผ่านอีกหลายขั้นตอน เพราะ ร.ต.อ.เฉลิมก็ยอมรับเองว่า เป็นกฎหมายการเงิน ดังนั้นนายกฯต้อลงนามรับรอง จากนั้นจึงบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ หากจะเสนอให้เลื่อนมาพิจารณาเป็นฉบับแรกก็ต้องขอยกเว้นข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต้องอาศัยเสียง 2 ใน 3
เมื่อถามว่า รัฐบาลบอกว่า การออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรม หรือ พ.ร.บ. การปรองดอง จะทำให้เกิดความปรองดองได้จริง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องการปรองดอง เป็นเรื่องการล้างผิด แก้ปัญหาให้คนที่มีคดี ถึงแม้จะมาอ้างว่า แม้กระทั่งตนเองจะต้องโดนดำเนินคดีโดย ดีเอสไอ หรือใครก็ตาม แต่ตนยืนยันว่า แต่ละคนควรที่จะไปต่อสู้คดีความตามกระบวนการยุติธรรม แล้วก็กระบวนการยุติธรรมชี้ออกมาอย่างไร ก็ควรจะยอมรับ แต่ถ้าหากว่า เราทำกันวิธีแบบนี้ ผมคิดว่าเรากำลังทำลายหลักการสำคัญหลาย ไม่คิดว่าอย่างนี้จะนำไปสู่สังคมที่มีความสมัครสมานสามัคคีปรองดองแต่อย่างใดเลย
"จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์เหมือนเดิมว่า การทำตรงนี้ทั้งหมดเป็นการแสดงถึงความต้องการของรัฐบาลชุดนี้ที่จะใช้อำนาจของตัวเอง มาล้างความผิดของพรรคพวก โดยมีเป้าหมายสำคัญที่สุดก็ยังย้อนกลับไปอยู่ที่ว่า ให้พ.ต.ท.ทักษิณพ้นผิด และคืนเงิน 46,000 ล้านบาท ซึ่งเราเห็นว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องของประโยชน์ของประชาชนแต่ประการใดเลย แล้วก็ถ้าเกิดเราจะทำในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปรองดองนั้น มันมีขั้นตอนมีอะไรหลายอย่างซึ่งควรจะดำเนินการ แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ แต่กลับมาอยู่ที่ตรงนี้เท่านั้นเองในเรื่องของการที่จะทำยังไงห้พ.ต.ท.ทักษิณพ้นผิด"หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว





