วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แก้รธน.190 'ปชป.-พท.'มองต่างความคิด

เสวนาแก้รธน.190 ปชป.จี้ผุดก.ม.ลูกเปิดอำนาจสภา-ปชช.ร่วม พท.หวั่นเผยความลับเจรจาต่างชาติ กระทบผลประโยชน์ประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล ถนนศรีอยุธยา โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน จัดเสวนาสาธารณะ หัวข้อ "การแก้ไขรธน. มาตรา 190 อย่างไร เพื่อสร้างสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง"โดยมีนางสาวจารุพรรณ กุลดิลก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย(พท.) ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 และนายจักรชัย โฉมทองดี รองประธานกลุ่มเอฟทีเอ ว็อทช์ เป็นคณะผู้บรรยาย

นางสาวรัชดา กล่าวว่า หลักการในมาตรา 190 เป็นการถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหาร โดยใช้กลไกนิติบัญญัติ ให้เจ้าของอำนาจคือประชาชนมีส่วนรับรู้ข้อมูลและนำเสนอทางออกในการดำเนินการนั้น ๆ แต่วันนี้ผู้ที่เสนอให้แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 190 ให้เหตุผลว่าฝ่ายบริหารทำงานไม่สะดวก จะมีความลับถูกเปิดเผย และประเทศอื่นไม่ทำกัน ซึ่งตนเห็นว่าถ้าเห็นว่าประเทศอื่นไม่ทำ และเราไม่ทำก็จะเป็นเรื่องตลก ส่วนประเด็นเรื่องความลับที่จะถูกเปิดเผยก็สามารถมีการประชุมลับกันได้ จึงไม่ใช่เรื่องที่มาถกเถียง ทำให้การดำเนินการยังไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ เพราะทั้งหมดยังเป็นแค่เรื่องบริหารจัดการ

นางสาวจารุพรรณ กล่าวว่า มาตรา 190 ทำให้ไม่มีใครกล้าไปเจรจา เพราะกลัวผิดรัฐธรรมนูญ ทำให้กระทรวงการต่างประเทศไม่กล้าให้นักเจรจามืออาชีพไปต่อรองผลประโยชน์กับต่างประเทศ หรือเรื่องความมั่นคงระหว่างประเทศ เพราะถ้ามีการเปิดเผยประเทศอื่นก็จะรับรู้ ทำให้เกิดปัญหาตรงนี้ ส่วนฝ่ายกรมสนธิสัญญากระทรวงการต่างประเทศก็ไม่กล้าออกกฎหมายลูกเพราะเกรงว่าจะขัดกับมาตรา 190 ทำให้ฝ่ายปฏิบัติไม่กล้า เพราะกลัวจะขัดรัฐธรรมนูญ แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าจะมีการแก้ไขรายมาตรา โดยมาตรา 190 รัฐธรรมนูญ 2550 อยู่ในหมวดฝ่ายบริหาร แต่เนื้อหากลับอยู่ที่ฝ่ายรัฐสภาเกือบทั้งหมด จึงต้องตั้งคำถามว่าจะดำเนินการอย่างไร

"ในส่วนของศาลจะปฏิเสธไม่ได้ เพราะอย่างไรศาลรัฐธรรมนูญก็มีอำนาจในมาตรา 214 ในการวินิจฉัยตัวรัฐธรรมนูญ ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญเพื่อถ่วงดุล แต่จะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นเวทีทางการเมือง"นางสาวจารุพรรณ กล่าว

นายจักรชัย กล่าวว่า เคยไปให้ความคิดเห็นในชั้นกรรมาธิการ ดีใจที่มีความเห็นตรงกันในประเด็นเรื่องสำคัญๆ ต้องนำเข้าสภา และประชาชนมีบทบาทในกระบวนการนี้ ตามมาตรา 190 แต่ต้องฟันธงว่า เมื่อมีความคลุมเครือและเกิดภาระที่มากไปของฝ่ายสภา ต้องส่งทุกเรื่องเข้าสภา ทำให้เสียเวลา ขาดความยืดหยุ่น และประสิทธิภาพน้อยลงจากความไม่สะดวกของฝ่ายเจรจา จึงต้องควรแก้ แต่ตนยังมองว่าเรื่องนี้เป็นเพียงความไม่สะดวกของหน่วยงานรัฐ และไม่เห็นคุณค่าว่าฝ่ายนิติบัญญัติกับประชาชนควรมีส่วนร่วม ซึ่งรัฐบาลต้องระวัง ทั้งนี้ เรื่องการค้าการลงทุนนั้น หลายเรื่องไม่ใช่การเปิดเสรี ไม่ใช่การผูกขาด อาทิ เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา