ใบแดง'เก่ง การุณ'บทเรียนนักการเมืองใส่ร้ายคู่แข่ง

ใบแดง'เก่ง การุณ'บทเรียนนักการเมืองใส่ร้ายคู่แข่ง

"เก่ง" การุณ โหสกุล ส.ส กทม.เขต12พรรคเพื่อไทย ได้รับ"บทเรียนราคาแพง"เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง

มีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลฯวินิจฉัยในคดีใส่ร้าย นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ผู้สมัคร ส.ส.เขตเดียวกันจากพรรคประชาธิปัตย์ ในการปราศรัยหาเสียงเมื่อปี 2554

นอกจากนี้ กกต.ยังเตรียมฟ้องเรียกค่าใช้จ่าย จากการที่ต้องจัดการการเลือกตั้งใหม่ประมาณ 10 ล้านบาทจากนายการุณด้วย

การที่นักการเมืองถูกตัดสิทธิทางการเมืองถึง 5 ปี ถือว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากสำหรับบนถนนการเมือง
ดังนั้น ต้องมาศึกษารายละเอียด "คำพิพากษา" กันว่า มีประเด็นสำคัญอะไรบ้าง ที่ศาลเห็นว่าเป็นการใส่ร้ายคู่แข่งทางการเมืองซึ่งเป็นข้อต้องห้าม

ประเด็นแรก ศาลได้ดูว่าข้อความที่นายการุณพูดถึงบนเวทีปราศรัยหาเสียง หมายถึงนายแทนคุณและพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่

ศาลเห็นว่า "แม้ในบางช่วง ไม่ได้เอ่ยชื่อนายแทนคุณและพรรคประชาธิปัตย์โดยตรง เช่น กล่าวว่า นักการเมืองรุ่นใหม่ พรรคการเมืองเก่าแก่ แต่ก็สื่อความหมายถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองที่เป็นคู่แข่งขันของนายการุณและพรรคเพื่อไทย ซึ่งก็คือนายแทนคุณและพรรคประชาธิปัตย์นั่นเอง

นี่.. ก็เป็นตัวอย่างสำหรับนักการเมืองว่า แม้ไม่ได้พูดถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองคู่แข่งชัดๆ แต่ก็ไม่รอด

ประเด็นที่สอง ศาลได้ดู "ข้อความ" ที่นายการุณปราศรัยว่า เป็นการใส่ร้ายนายแทนคุณและพรรคประชาธิปัตย์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือไม่

ข้อความแรก กล่าวหาว่า "นายแทนคุณใส่ร้ายนายการุณ ว่าเป็นคนอันธพาล และนายแทนคุณดูถูกคนดอนเมือง"

..." ผมเจ็บปวดตั้งแต่คำที่มันดูถูกพี่น้องประชาชนชาวดอนเมืองว่า คนเลือกการุณมาแล้ว เป็นคนโง่... จะกล่าวหาผมว่าเกเร อันธพาล กล่าวหาได้เลย แต่อย่ากล่าวหาพี่น้องประชาชนชาวดอนเมือง..”

ศาลเห็นว่า การกล่าวปราศรัยของนายการุณดังกล่าว เป็นการกล่าวถึงนายแทนคุณ ว่าได้ใส่ร้ายป้ายสีนายการุณว่าเป็นคนเกเร คนชั้นต่ำและอันธพาล ประชาชนที่อยู่ในเขตดอนเมืองที่เลือกนายการุณเป็นส.ส.ก็เป็นคนที่มีจิตใจต่ำไปด้วย แต่กลับไม่ปรากฏว่านายการุณ ทราบเรื่องที่นายแทนคุณดูถูกชาวดอนเมืองมาตั้งแต่เมื่อใด ที่ไหนและอย่างไร ที่จะเป็นการยืนยันได้ว่า คำพูดของนายการุณข้างต้นเป็นความจริง

อีกทั้ง นายการุณยังเบิกความต่อศาลด้วยว่า นายแทนคุณเคยเบิกความต่อศาลแพ่งว่า นายแทนคุณไม่เคยกล่าวหาว่านายการุณเป็นผู้มีอิทธิพลในเขตดอนเมือง จึงเท่ากับนายการุณยอมรับว่านายแทนคุณไม่เคยกล่าวใส่ร้ายนายการุณตามที่นายการุณปราศรัย ซึ่งคำกล่าวของนายการุณดังกล่าว ย่อมทำให้ผู้ที่ได้ยินได้ฟัง รู้สึกเกลียดชังนายแทนคุณที่กล่าวดูถูกดูหมิ่นชาวดอนเมือง จึงเป็นการใส่ร้ายนายแทนคุณด้วยข้อความอันเป็นเท็จ

ข้อความที่สอง กล่าวหาว่า "เปลี่ยนแซ่ เปลี่ยนนามสกุล จนพ่อตรอมใจตายและแก้ผ้าถ่ายรูปลงหนังสือเกย์ ขายตัว"

"ไอ้หมอนี่ ไอ้ผู้สมัครพรรคนี้ มันไม่รู้มาจากภูเขาลูกไหน มันแซ่อะไร มันเปลี่ยนแซ่ เปลี่ยนนามสกุลแล้วเนี่ย ทำให้คุณพ่อเขาตรอมใจตาย เพราะลูกรังเกียจแซ่พ่อตัวเองใช่ไหมและไอ้หมอนี่ ถ่ายหนังสือลงในนิตยสารเกย์ใช่ไหม..อ่อ ที่เขาว่ามาว่า เอ็งต้องไปเปลี่ยนชื่อแซ่ เอ็งเป็นคนภูเขา เกิดมาแล้วเป็นแซ่ แล้วก็เปลี่ยนนามสกุล และพ่อตรอมใจตายและเอ็งมาถ่ายหนังสือเกย์ แก้ผ้าถ่ายรูป ขายตัว นั้นนะ ความจริงเป็นเอ็งใช่ไหม.. "

ศาลเห็นว่า การกล่าวว่านายแทนคุณ เป็นคนที่มีภูมิหลังทั้งเรื่องชาติตระกูลและความประพฤติที่แก้ผ้าถ่ายภาพ ย่อมทำให้เกิดความเสื่อมเสียหายแก่ภาพลักษณ์ของผู้สมัครที่รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันจะมีผลต่อคะแนนนิยมของนายแทนคุณโดยตรง

ข้อความที่สาม กล่าวหาว่า "พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นรัฐบาลในขณะนั้นคดโกง ซื้อเสียงเลือกตั้ง"

“เจ็บปวดครับ พรรคการเมืองเก่าแก่ นักการเมืองรุ่นใหม่ ถือแปรงมาทาสี เสร็จแล้วก็เอาเงินมาหยอดหัวละ 300 บาท เกณฑ์คนดอนเมืองไปฟังปราศรัย... ถ้าเขากล้าเอาเงินมาให้เรา รับเถอะครับ เพราะเงินเป็นของมีค่า ยิ่งรัฐบาลยุคนี้แล้วเงินหายากด้วย..มึงโกงเท่าไหร่มึงช่วยมาจ่ายให้พวกกูเยอะๆ พี่น้องประชาชนครับ ใครมาจ่ายเงินนะครับเก็บไว้ทุกบาททุกสตางค์ เอามาซื้อขนมกินแล้วเย้ยหยันมันว่ากูจะเลือกการุณ โหสกุล กับพรรคเพื่อไทย เบอร์ 1”

ศาลเห็นว่า คำพูดดังกล่าวเป็นการมุ่งกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นรัฐบาลในขณะนั้นว่า คดโกง มีพฤติการณ์จ้างคนไปฟังการปราศรัยและซื้อเสียงเลือกตั้ง จึงไม่ใช่เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตหรือวิจารณ์เกี่ยวกับการบริหารงานแผ่นดินของรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ

ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ศาลจึงฟันธงว่า การกระทำของนายการุณ เป็นการฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2550 มาตรา 53(5) เป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จหรือจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิดในคะแนนนิยมของนายแทนคุณและพรรคประชาธิปัตย์ มีผลทำให้การเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขต 12 (ดอนเมือง) ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จึงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายการุณ 5 ปี และให้มีการเลือกตั้งใหม่เขตดังกล่าว

คดีนี้ จึงน่าจะเป็น "ตัวอย่างและบทเรียนราคาแพง" สำหรับนักการเมือง ว่าการใส่ร้ายคู่แข่ง จะต้องได้รับโทษอย่างมหันต์ถึงกับหมดอนาคตทางการเมืองได้เลยทีเดียว