วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อลงกรณ์'เสนอพิมพ์เขียวปรับเปลี่ยนปชป.

"อลงกรณ์"ชงพิมพ์เขียวเข้าที่ประชุม ปชป.วันนี้ เสนอปฏิรูปโครงสร้าง 2 ส่วน ปรับโครงสร้างสนง.ใหญ่-สนง.ภูมิภาค เปิดกว้างให้นักบริหารมืออาชีพ

หลังจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีแนวคิดเรื่องการปฏิรูปพรรค รวมทั้งมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันนี้ (13 พ.ค.2556) จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาแนวทางปฏิรูปพรรค โดยจะมีเริ่มประชุมตั้ง 09.00 น.เป็นต้นไป

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ที่พยายามผลักดันให้มีการปฏิรูปพรรค เปิดเผยว่า จะเสนอพิมพ์เขียวการปฏิรูปพรรคต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งแบ่งเป็น 3 ด้าน คือ การปรับโครงสร้างพรรค การบริหารจัดการ และการปรับวัฒนธรรมองค์กรและบุคลากร โดยในส่วนของการปฏิรูปโครงสร้างแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การปรับโครงสร้างสำนักงานใหญ่ ให้มีสำนักงานในส่วนที่ไม่เคยมีขึ้นมาใหม่ เช่น สำนักงานวิจัยและพัฒนา สำนักงานกิจการสาขาและสมาชิกพรรค สำนักงานกิจการยุวประชาธิปัตย์และสตรี เพื่อเป็นศูนย์พัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการบริหาร และ
2.ปรับโครงสร้างสำนักงานภูมิภาค ซึ่งจะตั้งสำนักงานที่แบ่งเป็นโซน สำนักงานเขตเลือกตั้ง และศูนย์ประชาธิปัตย์ตำบลและอำเภอ

ในเรื่องการบริหารจัดการ ตามพิมพ์เขียวจะเน้นให้พรรคเปิดกว้างให้นักบริหารมืออาชีพเข้ามามีส่วนร่วมในการปรับปรุงการจัดการองค์กรในระดับสำนักงานใหญ่และภูมิภาค แบ่งเป็น บริหารการเมือง จะมีเรื่องบุคคลหลักคือ กรรมการบริหารพรรค สส.และกรรมการประสานงานพรรคร่วม, การบริหารด้านนโยบาย จะมีอดีตนายกฯ อดีตรัฐมนตรี สส.อาวุโส ทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบนโยบายหรือการบริหารงานของรัฐบาล ในส่วนของวัฒนธรรมองค์กร ก็จะต้องมีการปรับให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน

"หลังจากนำเสนอแล้ว ผมจะขอให้ที่ประชุมมีมติเลยว่าจะเห็นด้วยกับพิมพ์เขียวนี้หรือไม่ หากเห็นด้วยก็จะต้องมีการแก้ไขข้อบังคับพรรคให้สอดคล้องกับพิมพ์เขียว โดยต้องมีการเปิดประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อแก้ไขข้อบังคับ คาดว่าหากที่ประชุมเห็นชอบกระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นได้ภายใน 90 วัน จากนั้นก็สามารถเดินตามแนวทางได้"

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าสิ่งแรกที่พรรคประชาธิปัตย์ถูกเรียกร้องทั้งจากคนในพรรคและคนนอกพรรคว่าควรจะต้องปรับเปลี่ยน คือเรื่องวิธีการทำงานของพรรค ที่ตอนนี้กระจุกอยู่เพียงคนกลุ่มเดียว ทั้งที่ในพรรคประชาธิปัตย์มีคนที่มีความรู้ความสามารถจำนวนมาก

ส.ส.ประชาธิปัตย์ ที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อผู้หนึ่ง ระบุว่า ในการปฏิรูปพรรค ไม่จำเป็นต้องไปแตะโครงสร้างพรรค เพราะถ้าแตะตรงนั้นจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่สิ่งที่ควรทำ คือเรื่องการบริหารการทำงานภายในพรรค "คณะผู้บริหารต้องแตกเนื้องานออกมาให้ชัด ว่ามีเรื่องสำคัญๆ ที่ทางพรรคควรจะเข้าไปทำ อย่างเจาะลึกกี่เรื่อง เช่นเรื่องการทำงานของรัฐบาล นโยบายของรัฐบาล แล้วจัดคนที่เหมาะสมมารับผิดชอบ เป็นหลักการเบื้องต้นในการบริหาร คือ Put the right man on the right job คณะผู้บริหารไม่จำเป็นต้องมาทำเอง เพียงคอยติดตามและกำกับการทำงานของแต่ละส่วน เน้นการทำงานเชิงลึก แต่ที่ผ่านมา ผมยังไม่เห็นว่ามีการทำอย่างนี้ กลายเป็นมีเพียงคนกลุ่มเดียวที่มีบทบาทในทุกๆ เรื่อง" ส.ส.คนดังกล่าวระบุ

ขณะที่ ส.ส.อีกคน เห็นตรงกันว่า "สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องเปลี่ยน คือต้องกระจายบทบาทออกไป ไม่ใช่ทำกันอยู่เพียงกลุ่มเดียว ตอนนี้เหมือนต่างคนต่างอยู่ คนที่ไม่ได้เป็นคณะผู้บริหารก็ไม่ยุ่ง ปล่อยให้คนที่มีตำแหน่งทำงานไป"

ปัจจุบัน คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ มีทั้งหมด 19 คน คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรคโควต้ากลาง 3 คน คือ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นายจุติ ไกรฤกษ์และนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหน้าพรรคของแต่ละภาค 5 คน คือ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ นายอิสสระ สมชัย รองหัวหน้าพรรคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคภาคกลาง นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคภาคใต้ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคกรุงเทพมหานคร นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรค 3 คน คือ นายนิพนธ์ บุญญามณี นายศุภชัย ศรีหล้าและนายนราพัฒน์ แก้วทอง นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ เหรัญญิกพรรค นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค นางอัญชลี วานิชเทพบุตร นายทะเบียนสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารพรรคอีก 3 คน คือ นายธนิตพล ไชยนันทน์ นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย

ความเห็นดังกล่าวของส.ส.ประชาธิปัตย์ สอดคล้องกับเสียงสะท้อนจากแกนนำพรรคขั้วตรงข้าม

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปพรรคพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่มีบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถจำนวนมาก โดยเฉพาะคนเก่าๆ ถ้าเขาปฏิรูปได้จริง โดยไม่คำนึงถึงเรื่องกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ซึ่งความจริงปัญหาเรื่องกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ก็มีเหมือนกันทุกพรรค แต่ถ้าเขาไม่ติดยึด เชื่อว่าจะเป็นเรื่องที่ดีต่อประเทศ

"ถ้าพรรคเดินไปแบบนี้ก็ไม่มีทางปฏิรูปพรรคได้ เขาก็จะอยู่ไปแบบนี้ เพราะ ปชป.เป็นพรรคที่มีวินัย ไม่ออกมาพูดนอกพรรค อยู่กันไป ประคองกันไป ปีกที่มีบทบาทก็ทำไป ถ้าอภิสิทธิ์ กับกลุ่มคนหนุ่มที่ทำงานกันอยู่ยังเดินหน้าไปแบบนี้ ผมว่าเขาก็ตอบตัวเองหรือคนที่ไม่ได้ยืนอยู่ข้างใคร ยาก"

"ผมเอาใจช่วย อยากให้ความคิดปฏิรูปพรรคของอลงกรณ์สำเร็จ เพราะจะทำให้การเมืองยกระดับการต่อสู้ที่มีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการของประชาธิปไตยโดยรวม เราอาจจะเหนื่อยขึ้นก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเขาไม่เปลี่ยน ผมก็เบา" เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าว