วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลไต่สวน3ตำรวจ คดี6ศพวัดปทุมฯ16พ.ค.

3ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานขึ้นศาลไต่สวน 6 ศพวัดปทุมฯ พบรอยกระสุนปืนเพียบ ยิงมุมกด จากรางบีทีเอส สยามตรงกับภาพถ่ายทหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดไต่สวนคำร้องคดีชันสูตร 6 ศพเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม สำนวนหมายเลขดำ ช.5/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนชันสูตรการเสียชีวิตของนายสุวัน ศรีรักษา อายุ 30 ปี อาชีพเกษตรกร ผู้เสียชีวิตที่ 1, นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้เสียชีวิตที่ 2 ,นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ผู้เสียชีวิตที่ 3 , นายรพ สุขสถิต อายุ 66 ปี อาชีพพนักงานขับรถรับจ้างในสนามบิน ผู้เสียชีวิตที่ 4 , น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ25 ปี อาชีพพยาบาลอาสา ผู้เสียชีวิตที่ 5 และ นายอัครเดช ขันแก้ว อาชีพรับจ้าง ผู้เสียชีวิตที่ 6 เพื่อทำคำสั่ง แสดงว่าผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และถึงเหตุ และพฤติการณ์ที่ตาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ซึ่งทั้ง 6 ศพ ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม แยกราชประสงค์ ในช่วงที่มีการสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี

โดยวันนี้อัยการ นำ พ.ต.ท.สุรนาท วงศ์พรหมชัย เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจอาวุธปืนและวิถีกระสุน เบิกความสรุปว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ค.53 ได้เข้าไปตรวจที่เกิดเหตุภายในวันปทุม ฯ โดยรอบ ภายในวัดพบร่องรอยกระสุนปืนประมาณ 22-23 แห่ง และยังได้ตรวจที่เกิดเหตุ ภายนอกวัดอีก 2 ครั้ง ที่ บริเวณสกายวอร์ค รถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งพบวิถีกระสุนถูกยิงมาจากบีทีเอส สถานีสยาม

นอกจากนี้ มี พ.ต.ท.ธีระนันท์ นคินทร์พงศ์ เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจอาวุธปืนและวิถีกระสุน พยานซึ่งทำการตรวจวิถีกระสุนภายในวัดปทุมฯ อีกปาก เบิกความสรุปว่า บริเวณหน้าวัดปทุมฯ พบร่องรอยกระสุน 11-12 แห่ง ซึ่งการตรวจยืนยันว่าวิถีกระสุนถูกยิงมาจากที่ สูง ลงต่ำ ในลักษณะมุมกดยิง โดยวิถีกระสุนมาจากรางรถไฟฟ้า และสถานี บีทีเอสสยาม ชั้น 1 สอดคล้องกับภาพถ่ายในที่เกิดที่ปรากฏภาพทหารยืนอยู่ โดยไม่มีกระสุนถูกยิงออกจากวัดปทุมยิงไปนอกวัดแต่อย่างใด

ขณะที่ พ.ต.อ.พิภพ ไกรวัฒนะพงศ์ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ผู้เชี่ยวชาญอาวุธปืน พยานปากที่สาม เบิกความสรุปว่า จากการตรวจสอบเศษกระสุนและหัวกระสุน ที่พบในศพ นายสุวัน นายอัฐชัย , นายมงคล , นายรพ และ น.ส.กมนเกด ผู้เสียชีวิต พบว่าเป็นกระสุนปืนชนิด .223 ที่ใช้กับอาวุธปืนเอ็ม 16 และอาวุธปืนทาโว่ ส่วนศพนายอัครเดช ไม่พบหัวกระสุนเพราะถูกยิงทะลุ แต่จากการตรวจสอบอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 8 กระบอกของเจ้าหน้าที่ทหาร ที่พนักงานสอบสวนส่งมาเพื่อเปรียบเทียบกับหัวกระสุนไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนลำกล้องไปแล้ว

ทั้งนี้ เมื่ออัยการซักถามพยานทั้งสามปากเสร็จสิ้นแล้ว ศาลได้นัดไต่สวนพยานปากต่อไป ในวันที่ 16 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.