วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หนุน'กิตติรัตน์'ถกผู้ว่าธปท.แก้ค่าบาทแข็ง

"วราเทพ"หนุน "กิตติรัตน์" หารือผู้ว่าธปท. ทำความเข้าใจ-แนวทางแก้ค่าบาท

นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กับ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปกินข้าวเพื่อปรับความเข้าใจกันและเพื่อแก้ปัญหาการเงิน ว่า ในฐานะตนเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอสนับสนุนให้นายกิตติรัตน์ และกระทรวงการคลังให้แก้ปัญหานี้ ที่ผ่านมาบทบาทของธปท.ที่มีความรับผิดชอบต่อครม.ตามกฎหมายนั้นมีน้อย เพราะกฎหมายธปท.นั้นมีการแก้ไขมานานแล้ว การแบ่งบทบาทหน้าที่กรรมการในธปท.แบ่งเป็นหลายชุด แต่ปัจจุบันคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโครงสร้างและบทบาทต่อปัญหาปัจจุบันยังไม่ตอบสนองในสิ่งที่เกิดวิกฤตปัจจุบัน เพราะแม้แต่นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ธปท. ก็ออกมาให้สัญญาณ และนายกิตติรัตน์ก็มีหนังสือให้ดำเนินการเรื่องต่างๆ แต่มีการตอบสนองน้อยมาก และที่สำคัญคือครม.ได้รับทราบแนวทางการทำงานของธปท.น้อยมาก เพราะกฎหมายให้กนง.รายงานต่อครม.ทุก 6 เดือน รอบการรายงานใหม่จึงถือว่าช้า แต่เมื่อสถานการณ์เกิดขึ้น จนวิกฤต คิดว่ากนง.ควรรับผิดชอบต่อการที่ต้องรายงานให้ครม.ทราบมากกว่านี้ เพราะสุดท้ายการแก้ปัญหาเป็นหน้าที่ของรัฐบาล

นายวราเทพ กล่าวว่า ในฐานะที่กนง.รับผิดชอบโดยตรงต่อเรื่องนี้ตนมองว่ากฎหมายให้อำนาจหน้าที่ใดๆ ซึ่งเมื่อไปอ่านกฎหมายแล้ว ตนมองว่ามันควรที่จะแสดงออกให้มากกว่านี้ ดีกว่าจะให้เรื่องนี้ซึ่งกนง.ดำเนินการแต่เพียงฝ่ายเดียว และผลสุดท้ายเมื่อกฎหมายเกิดขึ้นมาก็ต้องมารับผิดชอบร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่รับผิดชอบไม่พ้นรัฐบาล และกฎหมายก็เขียบผูกไว้ว่าครม.มีหน้าที่ที่จะต้องรับรู้รับทราบ ซึ่งกฎหมายระบุชัดเจนว่าจะต้องรายงานผลการดำเนินงาน ทุก 6 เดือน แต่คำว่า 6 เดือนก็ไม่จำเป็นว่า 6 เดือนถึงรายงาน เพราะเมื่อเรื่องใดมีความสำคัญและเกิดปัญหา กนง.ก็ควรที่จะต้องรายงานทันที

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในที่ประชุมครม.มีการมอบหมายให้กฤษฎีกาไปดูเรื่องกฎหมายของกนง.เพื่อแก้ไข ใช่หรือไม่ นายวราเทพกล่าวว่า ยังไม่มี แต่ตนเพียงหยิบยกกฎหมายดังกล่าวเพราะเป็นความต้องการพัฒนาให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นอิสระ เพราะกฎหมายดังกล่าวเป็นการร่างกฎหมายในสมัยที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร คือ สมัยที่เป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ดังนั้นการพิจาณาในขั้นนั้นในเรื่องความรอบคอบ การแสดงความเห็นของสภากับสภาปกติต่างกัน อย่างไรก็ตามยังไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องนี้ เพราะเพียงแต่หารือกันในเรื่องการที่จะแก้ไขปัญหาปัจจุบันอย่างไร

"ผมสนับสนุนแนวคิดของนายวีรพงษ์ เพราะถึงขนาดประธานบอร์ดธปท. มีความอึดอัดขนาดนี้ ซึ่งเมื่อคนที่มีความรู้ในเรื่องนี้ที่สุดแสดงออกมาขนาดนี้แล้ว ผมคิดว่าก็น่าจะสะท้อนอะไรบางอย่างได้ ซึ่งผมคิดว่าอุปสรรคคือ ผู้ปฏิบัติ และเรื่องโครงสร้าง ซึ่งจะต้องพิจารณาประกอบกัน" นายวราเทพ กล่าว