เลขาปปง.นำผู้เชี่ยวชาญ FATF ประเมินความเสี่ยงการบังคับใช้กม.ฟอกเงิน-ต้านก่อการร้าย มั่นใจมิ.ย.นี้ปลดชื่อไทยพ้นแบล็กลิสต์
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน( ป.ป.ง) เปิดเผยหลังจากนำคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน หรือ Finance Action Task Force หรือ ( FATF) เข้าพบ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อประเมินความเสี่ยงในการปรับปรุงมาตรฐานสากลในการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย หลังจากประเทศไทยถูกขึ้นบัญชีเป็นประเทศในกลุ่มเสี่ยงฟอกเงินและสนับสนุนทางการเงินแก่ก่อการร้าย จนเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยพยายามแก้ไขข้อบกพร่องทางยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
ทำให้ FATF ถอดชื่อประเทศไทยออกจาก Public Statement แต่การที่ถอดรายชื่อจากบัญชีแบล็กลิสต์อย่างสมบูรณ์นั้น ประเทศไทยต้องผ่านการตรวจประเมินจากผู้เชี่ยว ชาญของ FATF ซึ่งภายในวันที่ 7-8 พ.ค.นี้ FATF จะรับฟังการชี้แจงจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า สิ่งที่จะทำให้ผู้เชี่ยวชาญ FATF เห็นว่าไทยให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมาย ดังนั้นในสัปดาห์นี้จะมีการประกาศรายชื่อผู้ก่อการร้ายในประเทศไทยหรือ"ไทยลิสต์" เพื่อยืนยันถึงการปฏิบัติตามกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ คือการดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 16 ในเรื่องการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่ก่อการร้าย จากนั้นจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงรายชื่อบุคคลและนิติบุคคล เพื่อเสนอให้คณะกรรมการกำหนดรายชื่อพิจารณา
ล่าสุดคณะกรรมการธุรกรรมการเงิน ได้ส่งรายชื่อผู้ก่อการร้ายในประเทศไทย 67 รายชื่อ ให้อัยการเสนอต่อศาล เพื่อประกาศรายชื่อเป็นผู้ก่อการร้าย โดยคาดว่าในสัปดาห์นี้จะมีการทยอยประกาศรายชื่อผู้ก่อการร้าย 5-7 ราย โดยจำนวนดังกล่าวจะมีรายชื่อของผู้สนับสนุนทางการเงินด้วย
"ข้อกังวลของไทยระหว่างที่ผู้เชี่ยวชาญFATF คือการสร้างความมั่นใจว่าระหว่างที่มีการบังคับใช้กฎหมาย เรามีแนวปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมายทั้ง 2 ฉบับอย่างเข้มงวด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยังไม่มีข้อท้วงติงใดๆ จึงเชื่อว่าไทยจะปฏิบัติได้ตามมาตร ฐานสากล อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ป.ป.ง.จะทยอยประกาศรายชื่อผู้ก่อการร้าย ซึ่งมั่นใจว่าจะทันต่อการพิจารณาของที่ประชุม FATF ในช่วงปลายเดือนมิ.ย.นี้" พ.ต.อ.สีหนาท กล่าว
เลขาธิการปปง. กล่าวอีกว่า สำหรับการปลดล็อครายชื่อประเทศไทยออกจากกลุ่มเสี่ยงนั้น หลังจากผู้เชี่ยวชาญแฟทเอฟได้ประเมินการบังคับใช้กฎหมายของไทยแล้ว จะมีการเสนอรายงานต่อคณะทำงานระหว่างประเทศ หรือ( International Co-operation Review Group (ICRG) เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในที่ประชุมใหญ่อีกครั้ง





