"อนุสรณ์"จี้"อภิสิทธิ์"เลือกให้ชัดอยู่ข้างประชาธิปไตยก้าวหน้าหรืออำมาตย์ล้าหลัง
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปปาฐกถาพิเศษในการประชุมประชาคมประชาธิปไตยที่ประเทศมองโกเลียแล้ว อยากให้แยกให้ออกระหว่างการเป็นน้องสาวและการเป็นนายกรัฐมนตรีว่า เห็นชัดเจนว่าบทบาทในฐานะผู้นำของประเทศที่นานาชาติยอมรับระหว่างน.ส.ยิ่งลักษณ์กับนายอภิสิทธิ์นั้นผิดกันมาก เทียบกันเดือนต่อเดือน ครั้งต่อครั้ง ทั้งการไปเยือนต่างประเทศ การมีโอกาสต้อนรับผู้นำประเทศต่างๆ ผิดกันไกล ผู้นำสำคัญๆ ของโลกมาเยือนกันหมด น.ส.ยิ่งลักษณ์เหนือกว่าเยอะ
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า การออกมาตั้งข้อสังเกตของนายอภิสิทธิ์อาจจะน้อยใจที่ตอนเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ค่อยได้ไปไหน และใครๆ ก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญมาเยือน ซึ่งต้องเข้าใจเรื่องก่อนว่า ไม่ใช่อยู่ดีๆ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ลุกขึ้นพูดเรื่องนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปปาฐกถาพิเศษในการประชุมประชาคมประชาธิปไตย จึงจำเป็นต้องมองปัญหาประชาธิปไตยในประเทศไทยอย่างเข้าใจ ต้องมีการพูดเรื่องปัญหาการทำรัฐประหารปี 2549 การปล้นเสรีภาพประชาชน ล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้เกิดการชุมนุม นำมาซึ่งความสูญเสียถึง 91 ศพ และนำเสนอว่าคาดหวังจะเห็นความปรองดองเกิดขึ้นในประเทศไทย
นายอนุสรณ์ กล่าวว่าต้องพูดถึงรัฐธรรมนูญ 2550 ว่า จำกัดความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งไม่มีอะไรเสียหายเลย ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์น่าจะเข้าใจ ไม่ใช่พอได้ประโยชน์จากการทำรัฐประหารจากรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ ก็ทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์ระบบเหล่านั้น ทุรนทุรายทุกครั้งที่ได้ยินว่าใครจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้ปัจจุบันคมช.จะยุติการบริหารประเทศ แต่มรดกบาป ทายาทอสูรยังคงดำเนินอยู่ กัดกร่อนประชาธิปไตยแบบฆาตกรต่อเนื่อง นายอภิสิทธิ์อย่ามัวเหนียมอาย เพราะวันนี้ทุกฝ่ายในประเทศไทยเปลือยสถานะกันออกมาสู้หมดแล้ว แยกออกเป็น 2 ฝ่ายชัดเจนคือ ฝ่ายประชาธิปไตยก้าวหน้ากับอำมาตย์ล้าหลัง หรือทำใจไม่ได้ทุกครั้งที่ใครเอ่ยชื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แสดงว่าถ้าใครต้องการจะอธิบาย ผู้ได้รับผลกระทบหรือตกเป็นเหยื่อจากรัฐประหารเป็นใครก็ได้ แต่ห้ามยกชื่อพ.ต.ท.ทักษิณ





