เปิดใจ'ปลอดประสพ'ญี่ปุ่นถอนตัวจัดการน้ำ เผยเปิดทางบริษัทที่ปรึกษา รอเปิดทีโออาร์รอบใหม่
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) แสดงหนังสือยืนยันการลาออกของกิจการร่วมค้าญี่ปุ่น-ไทย จากโครงการออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ 3.5 แสนล้าน
ข้อความในหนังสือฉบับดังกล่าว ระบุว่ากิจการร่วมค้าญี่ปุ่นไทยได้แสดงความขอบคุณที่รัฐบาลไทยได้เชิญบริษัทให้เข้าร่วมในโครงการดังกล่าว และได้มีการทำงานมาตลอด ทางบริษัทรู้สึกดีใจ แต่หลังจากที่ได้หารือกันในเชิงการค้า บริษัทตัดสินใจที่จะไม่เสนอโครงการในที่สุด
รองนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า รู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ที่ได้เดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่น มีการหารือว่าถ้ากิจการร่วมค้าญี่ปุ่น-ไทย ไม่ร่วมเสนอโครงการ ตนจะโกรธหรือไม่ ซึ่งโดยส่วนตัว นายปลอดประสพเข้าใจดีว่าเป็นเรื่องธุรกิจ การที่ญี่ปุ่นไม่ตัดสินใจเข้าร่วมก็ไม่เป็นไร เพราะยังมีอีกหลายกลุ่มบริษัทที่พร้อมจะยื่นโครงการ
เขายืนยันว่า การถอนตัวของกิจการร่วมค้าญี่ปุ่น-ไทย ไม่ได้กระทบกระเทือนต่อโครงการบริหารจัดการน้ำของประเทศ และไม่มีการต่อว่ารัฐบาลไทยแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ได้สอบถามกับทางญี่ปุ่นว่าหนักใจเรื่องอะไร ซึ่งได้รับคำตอบว่า การตั้ง Maximum Guarantee Price หรือวงเงินสูงสุด หากค่าใช้จ่ายโดยรวมถึงขั้นขาดทุนจะทำอย่างไร เนื่องจากรัฐบาลไทยไม่เปิดโอกาสให้มีการต่อรองเลย
"ทางฝ่ายญี่ปุ่นถามย้ำว่า วันหน้าจะต่อรองได้หรือไม่ นายปลอดประสพตอบว่าไม่ได้ ถามว่าค่าเคลมมีหรือไม่ เราตอบว่าไม่มี" ประธาน กบอ. กล่าวย้ำ
เขายังกล่าวว่า รัฐบาลไทยมีความจำเป็นต้องกำหนดวงเงินสูงสุด เนื่องจากไม่มีราคากลาง ไม่มีแบบ ใช้วิธีการก่อสร้างแบบ Design Build หากไม่มีกำหนดเพดานราคาสูงสุด หากวันใดมีการออกแบบและก่อสร้างไปเรื่อยๆ แล้วรัฐบาลจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย
นายปลอดประสพ ย้ำว่าการก่อสร้างแบบ Design Build เป็นรูปแบบการก่อสร่างตามมาตรฐานที่หลายประเทศเลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็น เมืองนิวออลีน ประเทศสหรัฐ หลังเหตุการณ์พายุเฮอร์ริเคนแคทรีนา หรือแม้กระทั่งประเทศญี่ปุ่นเองก็ใช้หลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ ที่จังหวัดไดอิจิ เพื่อซ่อมแซมเขื่อนกั้นน้ำปากแม้น้ำที่อ่าวโอซากา ในขณะที่โครงการก่อสร้างระบบบริหารจัดการน้ำของไทย มีการกำหนดเพดานราคาสูงสุดเพิ่มเติม ซึ่งเป็นไปตามที่ ปปช. ระบุไว้
เขามองว่าปัญหาที่ทำให้ญี่ปุ่นถอนตัว ไม่ได้มาจากเรื่องที่ดิน เนื่องจากตนได้ชี้แจงว่า เรื่องที่ดินรัฐบาลช่วยดำเนินการ ถ้าเมื่อไรจะมีการเวนคืนที่ดิน จะมีการออก พรก. ส่วนในเรื่องค่าชดเชย รัฐได้มีระเบียบไว้แล้ว ทำไปตามระเบียบ มีการประมาณราคาขั้นต้นเอาไว้บ้างแล้ว
นายปลอดประสพ มองว่า พื้นที่ก่อสร้างส่วนใหญ่ไม่ต้องชดเชย เช่นการสร้างอ่างเก็บน้ำใน 23 ลุ่มน้ำ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ป่า นอกจากฟลัดเวย์ กับการขุดแม่น้ำใหม่ 2 เส้น จำเป็นต้องมีการชดเชย ขณะที่เงินค่าเวนคืนรัฐบาลเป็นผู้จ่ายจากงบประมาณในภาพรวมของโครงการ ซึ่งเอกชนมีหน้าที่สำรวจเส้นทาง พื้นที่ที่ต้องการใช้ประโยชน์อยู่บนที่ดินของใคร ในลักษณะร่วมบริหารจัดการ โดยบริษัทไม่มีสิทธิจ่ายเงิน เงินที่บริษัทจะได้รับมีแค่ค่าก่อสร้างเท่านั้น
ส่วนประเด็นในเรื่องสิ่งแวดล้อม รัฐบาลยืนยันที่จะช่วยดูแลประคับประคอง แต่การที่เอกชนตัดสินใจถอนตัวอาจเพราะเห็นว่ากำไรน้อยก็มีสิทธิ อย่างไรก็ตาม กิจการร่วมค้าญี่ปุ่นไทย ยังสนใจเข้าร่วมโครงการบริหารจัดการน้ำของไทย ในลักษณะบริษัทที่ปรึกษาคุมการก่อสร้าง ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ได้ปิดกั้น แต่ต้องรอให้พ้นพันธกิจนี้ก่อน ซึ่งวันนี้ก็เป็นที่แน่นอนแล้ว หลังจากที่มีหนังสือยื่นเข้ามาอย่างเป็นทางการ
"ผมไม่กลัว หากบริษัทอื่นจะคิดเปลี่ยนใจบ้าง ยิ่งเหลือน้อยยิ่งตัดสินใจง่าย ไม่มีอะไรต้องกลัว ประเทศไทยเป็นเจ้าของเงิน จะไปกลัวอะไร เลือกคนที่ให้ประโยชน์กับประเทศดีที่สุด" เขากล่าว
ขณะนี้ตัวเขาเองมีสิทธิเป็นเพียงผู้กำกับโครงการ ไม่มีสิทธิตัดสินผู้ผ่านเข้ารอบในรอบต่อไป โดยตนมีสิทธิเห็นควรอนุมัติในคำตัดสินที่คณะกรรมการชุดใหม่ซึ่งเป็นข้าราชการประจำเป็นผู้พิจารณาคัดเลือก ในวันที่ 3 พ.ค. ซึ่งเปิดให้มีการยื่นหนังสือโดยซึ่งเป็นข้าราชการประจำนายธงทอง จันทรางศุ เป็นประธาน ส่วนตนไม่อยู่ในกระบวนการคัดเลือกใครทั้งสิ้น
"การลาออกของบริษัทญี่ปุ่น เพราะได้กำไรน้อย พิสูจน์ว่า เราทำด้วยความรอบคอบ เอกชนไม่อยากแข่ง เพราะกลัวเสี่ยง เราเอาประเทศเป็นที่ตั้ง" รองนายก กล่าวย้ำ
นายปลอดประสพ กล่าวทิ้งท้ายว่า ญี่ปุ่นหมายมั่นที่จะทำฟลัดเวย์ที่ เนื่องจากมีประสบการณ์ อีกทั้งผ่านเข้ารอบมาถึงได้ 6 โมดูล แต่ก็มีสิทธิกลัวคนไทยในเรื่องเวนคืนที่ดินได้เช่นกัน





