คณะที่ปรึกษากฏหมายกกต.ระบุการรับบริจาคเงินพรรคปชป.ไม่ถือว่าผิดมาตรา 57 วรรค 2 ของพ.ร.บ.พรรคการเมือง
รายงานข่าวจากกกต.แจ้งว่า กรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้ยื่นคำร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ตรวจสอบสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ 44 คนที่บริจาคเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยให้สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหักจากบัญชีเงินเดือน ว่าเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.พรรคการเมืองมาตรา 57 วรรค 2 หรือไม่ เนื่องจากมาตราดังกล่าวกำหนดให้การบริจาคเงินแก่พรรคการเมืองตั้งแต่สองหมื่นบาทขึ้นไปต้องใช้วิธีการสั่งจ่ายเป็นตั๋วแลกเงินหรือเช็คขีดคร่อม แม้กกต.จะไม่ได้รับคำร้องขอให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวด้วยจากนายเรืองไกร
แต่ก็เห็นว่า ท้ายที่สุดแล้วเรื่องดังกล่าวจะต้องมาเกี่ยวข้องกับกกต.ไม่ทางใดทางหนึ่ง ที่ประชุมกกต.จึงได้ให้คณะที่ปรึกษากฎหมายของกกต. ทำการศึกษาในประเด็นข้อกฎหมาย ซึ่งทางคณะที่ปรึกษาฯก็มีความเห็นว่า การรับบริจาคเงินในลักษณะดังกล่าวไม่ถือว่าผิดมาตรา 57 วรรค 2 ของพ.ร.บ.พรรคการเมือง เพราะเงินที่ได้รับบริจาคสามารถตรวจสอบได้ว่าแหล่งที่มาของเงินมาจากไหน โดยการที่สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหักเงินจากบัญชีเงินเดือนส.ส.ของพรรค ก็เป็นการดำเนินการตามความต้องการของพรรคและได้รับการยินยอมจากส.ส. และทางพรรคก็จะติดประกาศแจ้งต่อสาธารณะให้ทราบว่าได้รับเงินบริจาคดังกล่าวจาก ส.ส.คนใดบ้าง
นอกจากนี้คณะที่ปรึกษายังเห็นว่า การที่สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรสั่งจ่ายเงินยอดรวมที่หักจากเงินเดือนส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เป็นเช็คขีดคร่อมให้กับพรรคประชาธิปัตย์นั้นไม่เข้าข่ายผิดมาตรา 71 ของพ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่บัญญัติว่าห้ามหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ นิติบุคคลที่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่หรือนิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดในประกาศกกต.บริจาคเงินแก่พรรคการเมือง เพราะเงินที่หักและสั่งจ่ายให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่เงินงบประมาณ และการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวก็เป็นไปตามที่ส.ส.และพรรคประชาธิปัตย์ร้องขอ ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิก เปรียบเหมือนสมาชิกสหกรณ์ขององค์กรที่ทางองค์กรจะหักเงินสมาชิกตามที่สมาชิกต้องการเพื่อนำส่งให้กับสหกรณ์ หรือพนักงานต้องการให้บริษัทหักเงินเดือนของตนเองเพื่อให้ช่วยนำส่งธนาคารเป็นการชำระหนี้ค่าผ่อนบ้าน เป็นต้น โดยความเห็นดังกล่าวของคณะที่ปรึกษาฯคาดว่าจะมีการนำเสนอต่อประชุมกกต.เร็ว ๆ นี้
"แม้ไม่มีการร้องต่อกกต.แต่ที่ต้องให้คณะที่ปรึกษากฎหมายทำการศึกษาก็เพื่อจะได้มีหลักอิงหากดีเอสไอทำคดีดังกล่าวเสร็จแล้วส่งให้อัยการยื่นฟ้องศาล ทางกกต.ก็อาจจะต้องไปชี้แจงว่าการบริจาคในลักษณะดังกล่าวสอดคล้องที่กฎหมายบัญญัติหรือไม่" แหล่งข่าวระบุ





