ปชป.ประเมินผลเลือกตั้งซ่อมเชียงใหม่ ระบุพอใจ แม้พ่ายเลือกตั้งซ่อมเชียงใหม่
น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคได้มีการประเมินผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 จ.เชียงใหม่ ที่นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พี่สาวนายกรัฐมนตรีผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยได้รับเลือกตั้งให้เป็นส.ส.โดยชนะนางกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ว่า คะแนนของผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ 21,372 คะแนน พรรคเพื่อไทยได้ 67,101 คะแนน ไม่ประสงค์ลงคะแนน 8,851 คะแนน เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้สิทธิปี 55 ผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้น 3,001 คะแนนและพรรคได้คะแนนเพิ่มขึ้น 2,397 คะแนน ส่วนพรรคเพื่อไทยคะแนนลดลง 5,284 คะแนน มีการวิเคราะห์ว่าพรรคเสียเปรียบทุกอย่างทั้งอำนาจรัฐและอำนาจเงิน แต่ก็ยังถือว่า ได้ผลตามเป้าหมาย ทั้งการสร้างความร่วมมือในการทำงานระหว่างส.ส. ผู้สมัครส.ส. อดีตส.ส.และผู้สนับสนุนในพื้นที่ การรณรงค์ให้ประชาชนไปใช้สิทธิได้เป็นอย่างดี และยังโน้มน้าวให้เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ส่อไปในทางไม่สุจริต ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความพอใจกับผลคะแนนที่เพิ่มขึ้น หลังจากนี้ นายชวนจะนำทีมไปตระเวนขอบคุณประชาชนในพื้นที่อีกครั้งนอกจากนี้ผลคะแนนที่ออกมาเชื่อว่าคนตระกูลชินวัตรจะต้องตั้งสติและทบทวนฟังเสียงประชาชนให้มากขึ้นจากคะแนนที่ลดลงเป็นการสั่งสอนคนของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะคะแนนโหวตโนเป็นปรากฏการณ์ของเชียงใหม่เท่ากับว่าประชาชนสะท้อนให้พรรคเพื่อไทยได้สติมากขึ้น จึงขอให้รัฐบาลรับฟังผลสะท้อนนี้ด้วย
น.ส.มัลลิกา กล่าวด้วยว่า ขอฝากถึง ก.ก.ต.กลาง ให้พิจารณาถึงปัญหาการกระทำที่ส่อถึงความไม่สุจริตในการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้พรรคได้มีการร้องเรียนไปยัง ก.ก.ต.แล้ว 4 เรื่อง เชื่อว่าการร้องคัดค้านของผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นผล หากมีการเอาใจใส่อย่างจริงจัง และอยากให้ ก.ก.ต.เข้าไปดูแล เนื่องจากไม่ไว้ใจ ก.ก.ต.เชียงใหม่ว่าจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพราะในพื้นที่นี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ซึ่งจะเข้าพบกกต.กลางเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วย สำหรับการร้องเรียนการกระทำผิดมาตรา 57 คือ เจ้าหน้าที่รัฐเอื้ออำนวยให้มีการขนคนไปลงคะแนน โดยมีหลักฐานเป็นพยานจากประชาชน 60 ราย แนบไปในสำนวนแล้วและคลิปวีดีโอที่ประชาชนยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องการลงคะแนนล่วงหน้าแต่ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนพามา รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องผู้นำท้องถิ่นก็เซ็นต์เองทั้งหมด จึงถือเป็นความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารด้วย อีกทั้งในคลิปวีดีโอเจ้าของรถที่ขนคนไปลงคะแนนคือสามีของคนที่ทำงานในบ้านผู้สมัครพรรคเพื่อไทย
น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการร้องเรียนเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งและไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย มาตามประกบผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีการพกปืนเถื่อน และมีข้อมูลที่สื่อสารผ่านระบบไลน์รายงานข้อมูลผู้ที่สนับสนุนผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากนั้นจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ตามประกบข่มขู่ให้เลิกสนับสนุนผู้สมัครของพรรค ซึ่งมีหลักฐานการรายงานผลที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านบางรายไปรายงานตัวกับนายอำเภอถอนการเป็นผู้สนับสนุนผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ทั้งนี้นอกจากร้องไปยัง ก.ก.ต.แล้วจะร้องเรียนไปยังกรรมาธิการการตำรวจสภาฯด้วย
น.ส.มัลลิกา ยังกล่าวถึงกรณีที่ นางกัญญาภัค มณีจักร หรือดีเจอ้อมแกนนำเสื้อแดง ที่เป็นสัญลักษณ์ความรุนแรงได้บุกเข้าไปป่วนเวทีปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 17 เม.ย.56 โดยมีการตะโกนให้ร้าย เสียดสี ดูหมิ่นซึ่งหน้า ทำให้ประชาชนที่ไปฟังคำปราศรัยเกิดความหวาดกลัว และรู้สึกไม่ดีกับพรรคประชาธิปัตย์ว่า ตนได้รับมอบหมายให้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับดีเจอ้อมและตำรวจได้รับแจ้งความตามความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า ซึ่งยืนยันว่าจะไม่มีการยอมความใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังมีหลักฐานที่ชัดเจนถึงความเชื่อมโยงระหว่างดีเจอ้อมกับผู้สมัครพรรคเพื่อไทยด้วย





