โพลล์หวั่นปมพระวิหารนำสู่สงคราม ผบช.ภ.3สั่งเจ้าหน้าที่เร่งหาข่าวชายแดน
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าคณะต่อสู้คดี ได้กล่าวในรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์จากกรุงเฮก โดยนายสุรพงษ์กล่าวว่า ทีมทนายไทยทำการบ้านมาอย่างดี และมีไม้เด็ดเรื่องแผนที่ หลังจากใช้เวลามาถึง 3 ปี เพื่อยืนยันให้ศาลเห็นว่าสิ่งที่กัมพูชาเรียกร้องไม่ได้มีเหตุผล
ทั้งนี้ ภายหลังจบการแถลงด้วยวาจา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินไปขอบคุณและชมเชยทีมงานที่ได้ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยเพื่อประเทศชาติและประชาชน ส่วนความสัมพันธ์กับกัมพูชานั้น ที่ผ่านมา นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้พบกับ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ก็ได้คุยกันว่าไม่ว่าคำตัดสินของศาลจะเป็นอย่างไรก็ยอมรับได้ โดยจะพัฒนาพื้นที่ไปด้วยกัน และความสัมพันธ์ของไทยกับกัมพูชาจะยังคงดีเหมือนเดิม ทั้งจะแน่นแฟ้นขึ้นเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
นายวีรชัย กล่าวว่า ระหว่างรอคำพิพากษาของศาลโลกที่จะออกมาช่วงปลายปีนี้ จะให้ความรู้กับประชาชน สมมติว่าคำตัดสินออกมาไม่ตรงกับความตั้งใจที่เราอยากเห็น ตนกับทีมงานจะหารือและพูดคุยกันเพื่อเสนอข้อสรุปว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจตรงกันด้วย และขอให้คนไทยรอฟังการพิจารณาของศาลอย่างใจเย็น และศึกษาการพิจารณาของศาลให้ดี
โพลล์หวั่นปมพระวิหารนำสู่สงคราม
ด้าน นายสุริยัน บุญแท้ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แถลงผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง ความกังวลของประชาชนต่อความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ท่ามกลางกรณีพิพาทประสาทพระวิหาร: กรณีศึกษากลุ่มตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 2,232 ตัวอย่าง
ผลสำรวจพบว่า ประชาชนร้อยละ 47.6 รู้สึกกังวลต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาในอนาคต ขณะที่ร้อยละ 52.4 ไม่รู้สึกกังวล ส่วนผลจากกรณีพิพาทปราสาทพระวิหารจะนำไปสู่สงครามระหว่างไทยกับกัมพูชานั้น พบว่าร้อยละ 47.4 กังวลมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 27.6 กังวลน้อยถึงไม่กังวลเลย โดยมีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 25 ที่บอกว่ากังวลปานกลาง
ผบช.ภ.3สั่งเจ้าหน้าที่เร่งหาข่าวชายแดน
ที่ จ.บุรีรัมย์ พล.ต.ท.เชิด ชูเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมหัวหน้าสถานีตำรวจตามโครงการตำรวจผู้รับใช้ชุมชน ที่โรงแรมเทพนคร อ.เมืองบุรีรัมย์ ว่า ขณะนี้ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาให้ประสานความร่วมมือกับทางทหารและฝ่ายปกครองเพื่อออกสืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดีหรือความผิดปกติในพื้นที่ พร้อมทำความเข้าใจกับประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนว่าอย่าตื่นตระหนกกับกระแสข่าวต่างๆ มากจนเกินไป เพราะปัจจุบันสถานการณ์ตามแนวชายแดนยังเป็นปกติ





