"ศ.อแลง แปลเล่ต์"ปัดเขมรกล่าวหาไทยไม่ปฏิบัติตามศาลโลก ยกเหตุ"สีหนุ" ร่วมพิธีคืนปราสาทพระวิหาร
ศ.อแลง แปลเล่ต์ ทนายความชาวฝรั่งเศสของไทย ขึ้นกล่าวชี้แจงทางวาจาต่อศาลโลก ระบุ กัมพูชา ไม่มีข้อมูลใหม่ๆ และกัมพูชายังคงพยายามดำเนินการให้ศาลโลกตีความเรื่องอาณาบริเวณปราสาทพระวิหาร เป็นการตีความไปมากไปกว่าคำตัดสินศาลโลก ปี 2505 โดยขอเน้นย้ำ ประเทศไทยได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลโลกแล้ว ดูจากมีพระบาทสมเด็จเจ้านโนดม สีหนุ เดินทางมาร่วมงานเฉลิมฉลอง ในพิธีการที่ทางการไทย มอบปราสาทพระวิหารและวัตถุโบราณคืนให้กับทางการกัมพูชา และมีการกล่าวชื่นชมการดำเนินการไทย โดยปราศจากข้อขัดข้อง จากเหตุการณ์ดังกล่าว แสดงถึงนัยยะสำคัญอย่างใหญ่หลวง ที่กษัตริย์กัมพูชา ไม่มีความขัดข้องในเรื่องรั้วลวดหนามกับป้ายที่ทางการไทยจัดทำขึ้น สิ่งนี้น่าจะมีน้ำหนักและความสำคัญเช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ไปปรากฎตัวที่ปราสาทพระวิหาร ที่กัมพูชานำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาคำตัดสินศาลโลก ปี 2505 และมีน้ำหนัก ทำให้กัมพูชาชนะคดีในครั้งนั้น
ศ.แปลเล่ต์ กล่าวว่า ไทยไม่เคยไม่ยอมรับอธิปไตยของกัมพูชาเหนือปราสาทพระวิหาร แต่คำพิพากษาของศาลโลกเมื่อปี 2505 เห็นได้ชัดว่า ศาลจงใจไม่พูดถึงเรื่องเส้นเขตแดน โดยต่อมาในปี 2543 ไทยและกัมพูชาได้ลงนามในเอ็มโอยูเพื่อเป็นกรอบการจัดทำหลักเขตแดน ไม่มีส่วนใดที่ระบุถึงคำพิพากษาปี 2505 ตามที่กัมพูชาอ้าง การนิ่งเฉยของทั้งสองฝ่าย คือไทยและกัมพูชา สะท้อนให้เห็นว่ามาจากการเห็นตรงกันแล้วถึงคำพิพากษาปี 2505 ตลอดจนการดำเนินการใดๆ ของไทย อาทิ การติดตั้งประตูทางเข้าออกสู่ปราสาท ห่างไปจากตอนเหนือของปราสาทราว 100 เมตร กัมพูชาก็ไม่เคยทักท้วงหรือต่อต้าน ดังนั้นถือว่ากัมพูชายอมรับแล้ว
ศ.แปลเล่ต์ กล่าวว่า แต่ตั้งแต่ปี 2544 กัมพูชากลับเปลี่ยนจุดยืน และการที่กัมพูชาอ้างว่า ไทยไม่เคยประท้วงใดๆต่อการเข้ามาอยู่อาศัยของชาวกัมพูชาในพื้นที่ดังกล่าวนั้นไม่จริง ไทยได้เคยประท้วงไปหลายครั้งแล้ว แต่กัมพูชาไม่เคยสนใจ มิหนำซ้ำยังกล่าวหาว่า ไทยยังไม่ได้ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ในแผนที่ภาคผนวก 1 ของกัมพูชา แล้วสรุปเอาว่า ไทยไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลโลก ถือว่าขัดแย้งกันกับการยอมรับที่ประมุขของประเทศเคยยอมรับในอดีต





