สตช.แถลงยกเลิกสัญญาก่อสร้างโรงพักตำรวจทั่วประเทศ ระบุผู้รับจ้างยังไม่สามารถส่งมอบงานให้ครบและสมบูรณ์ทั้งหมด
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติยกเลิกสัญญาการก่อสร้างสถานีตำรวจ 396 แห่งทั่วประเทศ ว่า สำนักงานส่งกำลังบำรุงและคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ภาคต่างๆ ได้รายงานตามลำดับชั้น สรุปว่าผู้รับจ้างยังไม่สามารถส่งมอบงานให้ครบและสมบูรณ์ทั้งหมดตามสัญญาแต่ประการใด ทำงานไม่ได้เนื้องานตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา และไม่ปรากฏความคืบหน้าในการดำเนินการก่อสร้าง โดยมีผลงานการดำเนินการก่อสร้างทั้งโครงการ ประมาณ 755 วันเพียง 12 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ประชุมร่วมกับผู้บังคับบัญชาและอัยการแล้วสรุปว่า บริษัทผู้รับจ้างผิดสัญญา ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างให้เสร็จได้ตามสัญญาจ้าง โดยมีหลักฐานประจักษ์ชัดว่าไม่สามารถดำเนินการได้ตามกำหนดเวลา และยังไม่มีการส่งมอบงานที่แล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดตามสัญญาจ้างได้ ดังนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาตามเงื่อนไขสัญญาจ้างและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้อนุมัติบอกเลิกสัญญาจ้าง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2556 และขอใช้สิทธิต่างๆ ตามเงื่อนไขในสัญญาดังกล่าวต่อไปตามเสนอ ทั้งนี้จะได้มีหนังสือแจ้งบอกเลิกสัญญาไปยังบริษัท พีซีซี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
"ขั้นตอนต่อไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะประชุมวางแนวทางเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเปลี่ยนจากหนึ่งโครงการเป็น 396 โครงการ โดยให้ตำรวจภูธรจังหวัดดำเนินการจัดจ้าง หากคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการแล้วแต่ละพื้นที่ก็เริ่มนับหนึ่งได้ทันที โดยบริษัทเอกชนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดไว้สามารถเข้าจัดจ้างได้ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับเรื่องการวางแผนบริหารจัดการโครงการที่จะนำเสนอ ครม.นั้น พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. ได้เรียกประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้วตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา"พล.ต.ต.ปิยะกล่าว
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ส่วนการใช้สิทธิตามกฎหมาย รวมทั้งการเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทเอกชนนั้นขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรับผิดชอบดำเนินการ ส่วนข้อโต้แย้งต่างๆ ของบริษัท พีซีซี นั้น เป็นสิทธิที่บริษัทสามารถดำเนินการได้ ตำรวจไม่ตอบโต้ เราเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ขอให้เป็นสิทธิของแต่ละฝ่ายในการต่อสู้ทางคดีซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมต่อสู่คดี และเรียกร้องค่าเสียหายเช่นกัน
เมื่อถามว่าหากแต่ละฝ่ายใช้สิทธิตามกฎหมายแล้วที่ดินที่ใช้ในการก่อสร้างจะเป็นปัญหาต่อโครงการที่จะเกิดขึ้นต่อไปหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ไม่น่ามีปัญหา เป้าหมายคือต้องการให้สถานที่เสร็จโดยเร็วที่สุด ส่วนกระบวนการตามกฎหมายก็ดำเนินการกันไป
ทั้งนี้ ในการแถลงข่าว พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาส่วนตัวของนายพิบูลย์ อุดมสิทธิกุล ประธานกรรมการ บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด พร้อมคณะได้เข้ามาร่วมรับฟังด้วย โดยภายหลังการแถลงข่าว พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า ขอยืนยันอีกครั้งว่าบริษัทไม่รู้จักกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายเนวิน ชิดชอบ แต่อย่างใด แต่ที่ผ่านมาบริษัทถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวกับการเมืองจนได้รับความเสียหาย สาเหตุเพื่อให้การดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษครบองค์ประกอบทางกฎหมายหรือไม่
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า บริษัทขอโทษประชาชนและตำรวจที่ได้รับผลกระทบ ทั้งที่ได้ร้องขอความเป็นธรรมจากผู้ว่าจ้างผ่านทุกช่องทางแล้ว จึงอยากขอให้สังคมช่วยตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบอกเลิกสัญญาในครั้งนี้ด้วย จากนี้ไปบริษัทมีความจำเป็นต้องใช้สิทธิตามกฎหมายจึงต้องขอพึ่งกระบวนการยุติธรรม โดยจะให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบรายละเอียดว่าจะดำเนินการได้เมื่อไรโดยจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องโครงการที่พักอาศัยตำรวจที่บริษัทดำเนินการอยู่แล้วนั้นก็ต้องทำต่อไปให้เสร็จสมบูรณ์ตามสัญญา





