วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วีรชัย'ประกาศความพร้อมสู้คดีพระวิหาร

วีรชัย เอกอัครราชทูตประจำกรุงเฮก ประกาศความพร้อมทีมไทยสู้คดีพระวิหาร เผยนัดประชุมย้ำยุทธศาสตร์ที่ปรึกษากฎหมายก่อนถึงวันจริง

ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ฐานะตัวแทนประเทศไทยในการต่อสู้คดีที่กัมพูชายื่นให้ศาลโลกตีความคำพิพากษา เมื่อปี 2505 กล่าวว่า ตนคิดและเชื่อมั่นว่าเราทำอย่างดีที่สุดและละเอียดที่สุดแล้ว เมื่อถามถึงกรอบกว้างๆ ในแนวทางสู้คดีที่พอจะเปิดเผยได้นั้น

นายวีรชัย กล่าวว่า เป็นสิ่งที่เราชี้แจงมาตลอดอยู่แล้วว่า ศาลไม่มีอำนาจ เพราะเรื่องที่กัมพูชาฟ้อง ถือเป็นคดีใหม่ ด้วยข้อพิพาทใหม่ ซึ่งไม่เกี่ยวกับคดีเดิม และเป็นการใช้ข้อ 60 ของธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ที่ไม่ถูกต้อง (ข้อ 60 ของธรรมนูญศาลฯ ระบุว่า คำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศถือเป็นที่สุดและไม่มีการอุทธรณ์ ในกรณีที่มีข้อพิพาท ในความหมายหรือขอบเขตของคำตัดสิน ศาลฯจะต้องตีความคำตัดสินดังกล่าว หากมีภาคีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอ)

นายวีรชัย กล่าวต่อว่า ประการ 2 เราเห็นมาว่าตลอด 50 ปีไม่มีข้อเห็นแย้งเกี่ยวกับคำพิพากษา 2505 เห็นตรงกันมาตลอด แต่กัมพูชาเปลี่ยนท่าทีไปเมื่อไม่นานมานี้ อีกประเด็น คือ การยื่นฟ้องของกัมพูชา ครั้งนี้เสมือนคำอุทธรณ์ สิ่งที่ขอเมื่อ 50 ปีที่แล้ว แล้วไม่ได้นั่นคือ ขอให้ศาลตัดสินเรื่องเขตแดน และสถานะของแผนที่ ซึ่งก็คือ สถานะภาคผนวก 1 ซึ่งเป็นภาคผนวกแผนที่ของกัมพูชา ไม่ใช่ภาคผนวกคำพิพากษา ประเด็นนี้สำคัญมาก คือ เป็นสิ่งที่เขาเคยขอเมื่อ 50 ปีที่แล้ว แต่ศาลปฏิเสธ จึงเสมือนคำอุทธรณ์ ซึ่งทำไม่ได้

เมื่อถามว่า ถ้ากัมพูชาจะอ้างว่ามีการปะทะตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเป็นเหตุผล จะสามารถเป็นข้ออ้างได้หรือไม่ นายวีรชัย กล่าวว่า เราไม่ปฏิเสธว่ามีข้อพิพาทในยุคใหม่ ใช้กำลังกันอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ได้อยากให้เกิด แต่เป็นข้อเท็จจริงว่ามันเกิดขึ้นแล้ว แต่ข้อพิพาทนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ ไม่ใช่เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับคดีเมื่อปี 2505

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขอให้อธิบาย เรื่องไทยเคยบอกว่าการตีความควรตีความเรื่องคำตัดสิน แต่สิ่งที่กัมพูชาขอให้ตีความเป็นการขอให้ตีความเรื่องเหตุผล นายวีรชัย กล่าวว่า หลักการกว้าง ๆ คือ ตั้งแต่มีศาลโลกมาร่วมร้อยปี แนวทางการตีความคำพิพากษาชัดเจน คือ ต้องดูบริบทของคำพิพากษาทั้งฉบับ แต่ข้อความที่จะนำไปตีความได้นั้น เรียกว่าข้อบทปฏิบัติการ ซึ่งอยู่ในคำตัดสินเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะสั้น ๆ อาทิ ตัดสินว่าปราสาทอยู่ใต้อธิปไตยของใคร และตัดสินว่าต้องคืนโบราณวัตถุ

ส่วนที่เป็นเหตุผลจะเอามารวมในการตีความได้ก็เฉพาะ 1. ต้องแยกไม่ได้จากส่วนตัดสิน 2. ถ้าจะเข้ามาได้ต้องไม่เกินขอบเขตจากที่ศาลตัดสินไว้ ซึ่งเป็นหลักของกฎหมายเรื่องการตีความคำพิพากษาที่ใช้กันมาตลอด ส่วนที่จะนำมาใช้กับคดีตนขอไม่พูดในส่วนนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้หลังจากที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้เดินทางถึงกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ช่วงดึกเมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) จากนั้น เวลา 11.00 น. วันที่ 14 เม.ย. นายสุรพงษ์ พร้อมด้วยคณะตัวแทนไทยได้ประชุมหารือเตรียมการก่อนศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือไอซีจี จะเปิดรับฟังการอธิบายชี้แจงทางวาจา ในวันที่ 15 เม.ย.2556