อนุกมธ.วุฒิสภา แถลง 4 ประเด็นย้อนหลังเหตุการเมืองปี 53 ยันมีชายชุดดำ อัดดีเอสไอทำคดีช้า ทั้งที่มีหลักฐาน
คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.)ตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามความคืบหน้าทางคดีของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ทางการเมือง ในคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มีนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา เป็นประธาน ได้แถลงข่าวสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงปี53 โดยเน้นไปที่เหตุวันที่ 10เมษายน ซึ่งมีการเสียชีวิตของพล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.21 รอ.)
พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อนุกมธ. กล่าวว่า อนุกมธ.ได้มีศึกษาคลิปวีดีโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งมีการรวบรวมหลักฐานพยานบุคคลกว่า 100 ปาก ซึ่งผลการศึกษาได้ข้อสรุปใน 4 ประเด็นคือ 1.อะไรเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความรุนแรง โดยในประเด็นนี้อนุกมธ.เห็นว่าเหตุการณ์ทางการเมืองในวันที่ 10 เมษายนปี 53นั้นไม่ได้เกิดจากการเริ่มต้นโดยฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ 2.ในเรื่องขอบเขต ความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในวันดังกล่าวนั้น อนุกมธ.มองว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด เพราะการชุมนุมของกลุ่มนปช.ในขณะนั้นซึ่งในตอนแรกมีการชุมนุมอยู่แค่บริเวณแยกผ่านฟ้า แต่ภายหลังได้เลยมาที่ถนนราชดำเนิน จนมีการชุมนุมที่บริเวณแยกราชประสงค์
3.ในประเด็นเรื่องชายชุดดำนั้น จากหลักฐานซึ่งเป็นคลิปวีดีโอที่อนุกมธ.ได้รับนั้นปรากฎภาพชายชุดดำได้เข้ามาทำงานร่วมกับกลุ่มนปช.อีกทั้งยังมีพยานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ และชาวบ้านได้ระบุว่า มีรถตู้ขับมาส่งชายชุดดำจากนั้นกลุ่มชายชุดดำก็ได้เดินเข้าไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณโรงเรียนสตรีวิทยา ซึ่งในขณะนั้นมีนักข่าวอิสระจากต่างประเทศสามารถบันทึกภาพไว้แต่แต่ก็ถูกชายชุดดำกลุ่มดังกล่าวใช้ปืนจี้หัวและยึดกล้องที่บันทึกภาพไป ดังนั้นเมื่อมีบุคคลที่พบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวหลายคนจึงเชื่อได้ว่า กลุ่มชายชุดดำมีส่วนร่วมในการใช้อาวุธยิงใสเจ้าหน้าที่ทหารโดยอยู่ในพื้นที่ของกลุ่มนปช. และประเด็นที่ 4 ในเรื่องความคืบหน้าการเสียชีวิตของพล.อ.ร่มเกล้า ทางอนุกมธ.เห็นว่า ในวันเกิดเหตุนั้นมีผู้ที่เก็บกระเดื่องระเบิดชนิดเอ็ม 67 จำนวน 2 ลูกซึ่งถูกขว้างมามาจากบ้านซึ่งอยู่บริเวณด้านข้างโรงเรียนสตรีวิทยาซึ่งเป็นบริเวณที่กลุ่มนปช.มีการชุมนุม แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)กลับไม่ดำเนินการสอบสวน ดังนั้นทางอนุกมธ.จึงเห็นว่าทางดีเอสไอมีการดำเนินการที่ล่าช้าทั้งที่มีพยานหลักฐานชัดเจน
ไม่เชื่อ "วสันต์ ภู่ทอง" ถูกทหารยิง
นพ.วิรัตน์ พาณิชย์พงษ์ สว.สรรหา ในฐานะอนุกมธ.กล่าวว่าในคดีของพล.อ.ร่มเกล้านั้นเมื่อกลับไปดูที่เกิดเหตุนั้นพบว่า มีหลุมซึ่งเกิดจากระเบิดชนิดเอ็ม 67 ซึ่งนั่นน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้พล.อ.ร่มเกล้าเสียชีวิต นอกจากนี้ในกรณีการเสียชีวิตของนายวสันต์ ภู่ทอง ซึ่งเป็นผู้ชุมนุมนั้นตนเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่กระสุนจะถูกยิงมาจากฝ่ายทหาร เพราะบริเวณที่เกิดเหตุมีผู้ชุมนุมเป็นจำนวนมากจึงเชื่อว่า นายวสันต์น่าจะเสียชีวิตด้วยฝีมือกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยกันเอง เพราะขณะนั้นไม่มีทหารอยู่ในบริเวณดังกล่าว
ศพสี่แยกคอกวัวมากกว่าพยานหลักฐาน
จากนั้นนายสมชาย ในฐานะประธานอนุกรรมการฯ ได้กล่าวสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของอนุกมธ.ว่า 1.มีหลักฐานเชื่อได้ว่ามีชายชุดดำอยู่ในวันที่ 10 เมษายนจริง โดยมีการเตรียมการก่อนหน้าวันเกิดเหตุในการใช้อาวุธปืนอาก้า ,เอ็ม77 ,ระเบิดเอ็ม 67 และแก๊ซน้ำตา ยิงใส่เจ้าหน้าที่ที่ขณะนั้นมีเพียงโล่ห์และกระบองเท่านั้น 2.อนุกมธ.มีข้อสงสัยว่าผู้เสียชีวิตจำนวน26ที่พบในวันดังกล่าวจะถูกลำเลียงมาจากที่อื่นหรือไม่ เพราะหากดูจากรอยเลือดหรือดีเอ็นเอก็ขัดกับผลการตรวจสอบ อีกทั้งจากพยานหลักฐานก็ไม่สามารถระบุว่ามีผู้เสียชีวิตในบริเวณดังกล่าวมากถึง26ศพ ดังนั้นจึงอยากให้ดีเอสไอเร่งตรวจสอบในคดีนี้ 3.ในเรื่องการดำเนินคดีใน4กลุ่มคดีนั้น อนุกมธ.เห็นว่าขณะนี้แทบจะไม่มีความคืบหน้าเลย อีกทั้งยังมีความสงสัยว่าในส่วนการดำเนินคดีกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะจำเลยที่1นั้นทางอัยการได้มีความเห็นสั่งฟ้องไปยังพ.ต.ท.ทักษิณ แล้วหรือไม่ นอกจากนี้ยังตนมองว่ากระบวนการสอบสวนของดีเอสไอยังไม่ครอบคลุมผู้เสียชีวิต จำนวน89ราย อีกด้วย
นายสมชาย กล่าวว่า จากนี้ไปทางคณะอนุกรรมาธิการจะเสนอผลการพิจารณาเข้าสู่ที่ประชุมกมธ.ในวันที่ 11 เม.ย.นี้ และจะแจ้งผลการศึกษาให้ญาติผู้เสียชีวิตได้รับทราบ ทั้งนี้ขอฝากไปยังเจ้าหน้าที่รัฐที่ดำเนินการในเรื่องนี้ให้ดำเนินการตามกฎหมาย อย่างเป็นธรรมทุกฝ่าย ตรงไปตรงมา และขอให้หาข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ได้ก่อนแล้วค่อยดำเนินการข้ามขั้นไปสู่การนิรโทษกรรม





