วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอส่งสำนวนคดีแฟลตตร.ให้ป.ป.ช.ฟัน'สุเทพ'

ดีเอสไอจ่อแยกส่งสำนวนคดีแฟลตตำรวจให้ป.ป.ช.ฟัน"สุเทพ"คนเดียว "อภิสิทธิ์"รอดหลักฐานโยงไม่ถึง

พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) คดีฉ้อโกงโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน จำนวน 396 แห่ง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ดีเอสไอได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับบริษัทพีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด หลังจากมีบริษัทเหมาช่วงได้เข้าร้องเรียนทุกข์กล่าวโทษรวมทั้งสิ้น 32 รายมูลค่าเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ทั้งนี้หากในวันที่ 17 เมษายน ซึ่งจะครบกำหนดที่บริษัทพีซีซีฯขอขยายสัญญาการก่อสร้างกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) และถ้าสตช.ไม่พิจารณาอนุมัติให้ขยายเวลาต่อไปอีก ก็จะมีบริษัทเหมาช่วงเข้าร้องทุกข์เพิ่มมากขึ้น

"เหตุที่ผู้เหมาช่วงยังไม่เข้าร้องทุกข์เพิ่ม เพราะเขายังมีความหวังว่า หากสตช.ขยายสัญญาต่อเขาอาจจะได้รับเงิน แต่ถ้าสตช.ไม่อนุมัติให้ขยายสัญญาก็จบ ตอนนี้พีซีซีถูกแจ้งข้อหาทั้งคดีฮั้วประมูลและฉ้อโกง ซึ่งประเด็นสตช.จะขยายเวลาเพิ่มหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของตำรวจ เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ ครั้งแรกบอกจะไม่ขยายเวลาให้แต่ต่อมากลับขยาย เขาคงอยากให้โอกาส อย่างไรก็ตามดีเอสไอจะสามารถสรุปสำนวนส่งอัยการฟ้องพีซีซีได้ในปลายเดือนเม.ย.นี้ จากนั้นดีเอสไอจะเดินหน้าสอบสวนคดีที่ธนาคารออมสินเข้าร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับพีซีซี.ที่นำเอกสารงานก่อสร้างโครงการอื่นมาเบิกรับเงินค่างวดงานจากโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน"พ.ต.ท.ถวัล กล่าว

คดีโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทนต่างจากการก่อสร้างแฟลตตำรวจ 163 หลัง เนื่องจากแฟลตตำรวจ ดีเอสไอยังไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษอีกทั้งโครงการก่อสร้างก็ยังมีความคืบหน้ามากกว่า และมีการส่งมอบแฟลตที่พักของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้วบางส่วน มากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ และขณะนี้อีกหลายแห่งก็ยังมีการก่อสร้างแม้ว่าจะยังไม่เสร็จ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้ขอข้อมูลเรื่องแฟลตตำรวจไปทางสตช.แล้ว แต่ยังไม่มีการส่งเอกสารหลักฐานใดๆมาให้ เพราะทางสตช.ระบุว่า อยากให้มีการตรวจสอบโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทนก่อน

แหล่งข่าวจากพนักงานสอบสวนคดีแฟลตตำตรวจ เปิดเผยว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงในชั้นสืบสวนคดีมีความคืบหน้าโดยจะส่งสำนวนในส่วนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฝ่ายความมั่นคงในฐานะกำกับดูแลสตช.ไปให้ปปช.ก่อน เนื่องจากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งจากการแยกประมูลมาเป็นการประมูลแบบรวมศูนย์จนทำให้การก่อสร้างล่าช้า ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้น ไม่พบหลักฐานว่าส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด