กรมอุทยานฯ จับมือดีเอสไอ- ปปง. ตรวจสอบการบุกรุกออกเอกสารสิทธิในที่ดินอุทยานฯสิรินาถ พบพิรุธหลายจุดที่ต้องเร่งตรวจสอบ
พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้อำนวยการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ดีเอสไอ กล่าวภายหลังร่วมประชุมว่า ดีเอสไอ ได้รับการร้องขอให้มาช่วยตรวจสอบเรื่องของพยานหลักฐานที่ทางอุทยานฯ ได้เคยดำเนินการมาแล้ว แต่อาจจะมีปัญหาอุปสรรค ทั้งในเรื่องของการปฏิบัติงาน เรื่องของเอกสาร เรื่องข้อกฎหมายและวิธีการตรวจสอบ ซึ่งจากการรับทราบข้อมูลจากทางอุทยานฯ พบว่ามีร่องรอยพิรุธอยู่หลายเรื่อง ซึ่งจะต้องมาดูรายละเอียดข้อมูลของแต่ละแปลงอีกครั้ง เบื้องต้นยังไม่ได้มีการรับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีการใช้นอมินีเข้ามาถือครอง ต่างจากอดีตที่มีผู้ครอบครองจริงมาแสดงตัว
"การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อมารับทราบข้อมูลในส่วนที่ทางกรมอุทยานฯ ได้ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งเป็นความร่วมมือกันทั้งของกรมอุทยานฯ ดีเอสไอและ ปปง. ภายใต้แนวคิดการทำงาน โดยใช้มาตรการทางกฎหมาย และเป็นจุดเริ่มต้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อให้เข้ามาอยู่ในระบบของการตรวจสอบที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในบางเรื่องที่ตรวจสอบได้ง่ายทางกรมอุทยานฯ ก็อาจจะดำเนินการได้เอง บางเรื่องที่มีลึกและซับซ้อนก็อาจให้ทางดีเอสไอเข้ามาช่วยตรวจสอบ โดยจะได้มีการจัดลำดับความสำคัญร่วมกัน และจะได้มีการหารือร่วมกันที่ส่วนกลางอีกครั้ง หากพบมีความสำคัญมากๆ ก็จะได้เสนอเป็นคดีพิเศษต่อไป"พ.ต.ท.ประวุธกล่าว
ขณะที่นายชาญชัย พงศ์ภัสสร ผอ.กองคดี 3 รับผิดชอบพื้นที่ภาค 7-10 สำนักงาน ปปง.กล่าวว่า เนื่องจากกฎหมายใหม่ของ ปปง. ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ เป็นหนึ่งใน 24 ความผิดมูลฐานของ ปปง.และทางกรมอุทยานฯ ได้ร้องขอมายัง พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง.เพื่อบูรณาการการปฏิบัติงานกัน การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อมารับทราบข้อมูลต่างๆ ว่าจะสามารถดำเนินการตามกฎหมายของ ปปง.ได้หรือไม่
โดยเฉพาะเรื่องการไดมาซึ่งเอกสารสิทธิว่าถูกต้องหรือไม่อย่างไร เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดและนำทรัพยากรกลับมาเป็นของแผ่นดิน โดยคดีอาญาเป็นหน้าที่ของท้องที่นั้นหรือดีเอสไอ ส่วน ปปง.จะดำเนินการคดีทางแพ่ง โดยอาจนำมูลฐานความผิดอื่นๆ มาประกอบ เช่น มาตรา 157 การละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ทั้งนี้การตรวจสอบหรือการดำเนินการต่างๆจะต้องไม่กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวหรือการลงทุนต่างๆ แต่หากปล่อยไปทุกอย่างจะส่งผลกระทบต่อภาพเศรษฐกิจ เช่น การนำเอกสารสิทธิ์ไปจำนองกับสถาบันการเงินต่างๆ
ด้านนายจีระศักดิ์ ชูตามดี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) กล่าวว่า การประชุมร่วมกันในครั้งนี้ เพื่อนำเสนอข้อมูลและวางกรอบแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างกรมอุทยานฯ ดีเอสไอและ ปปง.โดยเฉพาะเรื่องการเพิกถอนเอกสารที่ไม่ชอบในเขตอุทยานฯ เนื่องจากการดำเนินงานที่ผ่านมายังมีปัญหาอุปสรรคพอสมควร ในเรื่องของข้อมูลและเอกสารต่างๆ ที่จะนำมาใช้ประกอบในการทำสำนวน ซึ่งการทำงานร่วมกันจะทำให้สามารถอุดช่องว่างช่องโหว่งต่างๆ ได้





