"ชวนนท์"คาดอนาคตขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ผลักภาระให้ประชาชน ซัดรัฐบาล ทำลายวินัยการคลัง จากนโยบายประชานิยม
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า นโยบายประชาล่มจม ไม่ว่าจะเป็นโครงการจำนำข้าว รถคันแรก หรือโครงการที่หวังเพียงคะแนนเสียงระยะสั้นไม่สนใจผลกระทบระยะยาว จากนโยบายผลาญเงินเช่นนี้ทำให้สถานะการเงินของประเทศเข้าสู่สภาวะเสี่ยง เช่น กรณีรถคันแรกที่รัฐบาลไม่มีเงินคืนภาษีให้กับผู้ไปใช้สิทธิ จนรมว.คลังต้องอนุมัติเงินคงคลัง 3 หมื่นล้านให้กรมบัญชีกลางปล่อยเงินออกมาเพื่อไปใช้ในนโยบายประชาล่มจม ถือเป็นการผิดวินัยการคลังที่ร้ายแรง เพราะเงินคงคลังเป็นเงินออมของประเทศ รัฐบาลที่ดีต้องรักษาเงินออมให้ได้มากที่สุดเพื่อความมั่นคงของชาติ แต่รัฐบาลชุดนี้นอกจากไม่ออมเงินเหมือนที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ทำแล้ว ยังล้างผลาญเงินออมที่รัฐบาลประชาธิปัตย์เก็บหอมรอมริบไว้ให้ประชาชนและประเทศชาติจนผลาญเงินจากเดิมที่มี 5 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้นเป็นสามแสนล้าน
แทนที่พรรคเพื่อไทยจะออมเงินให้ประเทศกลับสร้างหนี้ล้างโอกาสประชาชนและผลาญเงินออมประเทศด้วยการนำเงินคงคลังมาจ่ายในโครงการประชาล่มจม เพื่อเอาประโยชน์ซึ่งหน้าทางการเมือง ทำให้สถานะการเงินประเทศอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงและเป็นเหตุให้ต้องกู้เงิน 2 ล้านล้าน เพราะหากรัฐบาลยกเลิกโครงการประชาล่มจมได้ก็ไม่ต้องกู้เงิน สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่ารัฐบาลขาดวินัยการคลังอย่างรุนแรงถึงกับต้องเอาเงินคงคลังมาใช้ และขอทำนายอนาคตอันใกล้นี้ว่าจะมีการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อนำเงินมาอุดรายจ่าย ผลักภาะให้ประชาชนทำให้รายจ่ายรายเดือนเพิ่มสูงขึ้น โดยยกตัวอย่างว่าหากมีการเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7%เป็น10% ค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือนจะมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นต่อปี 10,093 บาท สำหรับครัวเรือนที่มีรายจ่าย 3 หมื่นบาทต่อเดือน ประชาชนต้องรับภาระกู้ชาตินี้ใช้ชาติหน้าของรัฐบาลชุดนี้
___________________________
นิตยาพร รีไรท์





