วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พท.เล็งฟ้อง! ชี้ศาลรธน.ก้าวล่วงอำนาจสภา

เพื่อไทยเล็งฟ้องศาลยุติธรรม-ศาลปกครอง ระบุศาลรธน.ก้าวล่วงอำนาจรัฐสภา ไม่คุ้มครองผู้ถูกกล่าวหา

นายพิชิต ชื่นบาน คณะทำงานกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ทางสถานีวิทยุ FM. 97.0 MHz ถึงกรณีศาลรธน.มีมติ 3 ต่อ 2 รับคำร้องให้ระงับแก้ไข ม.68 และ 237 แต่ไม่รับคำร้องที่ขอให้คุ้มครองชั่วคราว ว่า ได้เตรียมการแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้เครียดอะไร ซึ่งคณะทำงานคิดในแง่ดีด้วยความเคารพทุกฝ่ายทั้งที่เห็นต่าง และผู้บังคับใช้กฎหมาย โดยสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยที่ 28/55 เมื่อการฟ้องคดีคราวก่อน โดยเห็นว่าบทบัญญัติรธน.และคำวินิจฉัยมีผลผูกพัน มีอำนาจหน้าที่ตามรธน. และมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกิดความไม่ชัดเจน เช่น อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ หากรธน.ไม่ให้อำนาจก็ย่อมไม่มีอำนาจ การตรวจสอบถ่วงดุล รัฐสภาเป็นที่แก้ไขกฎหมายว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ และเรายังยืนยันว่ารัฐสภาเป็นที่สถาปนากฎหมาย

ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นชอบก็ไปดำเนินการ โดยศาลรธน.ได้ใช้ดุลพินิจใน 2 ประเด็น ซึ่งถือว่าศาลก้าวล่วงเขตแดนของรัฐสภา ในประเด็น ม.291 ที่ไม่ให้อำนาจหรือมีบทบัญญัติให้อำนาจศาลรธน. และ 2.องค์ประกอบม.68 รัฐสภาจะแก้รธน. ศาลรธน.ก็มารับคำร้องว่ามีมูลว่าการแก้รธน.ถูกหรือไม่ถูก ทำให้หลักกฎหมายไปไม่ได้ เหมือนกับศาลรธน.ได้วินิจฉัยคดีไปเลย ซึ่ง ม.68 เป็นคดีอาญา แล้วถามว่าเอา ม.40 ไปทิ้งทะเลที่ไหน การจะไปคุ้มครองฝ่ายผู้ร้อง และได้คุ้มครองฝ่ายที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตามหลักยุติธรรม หากศาลรธน.มีหลักคิดอย่างนี้ถือว่าไม่คุ้มครองผู้ถูกกล่าวหา

ส่วนการจะฟ้องกลับตุลาการศาลรธน. นั้น นายพิชิต กล่าวว่า เมื่อศาลรธน.เป็นองค์กรที่ต้องถูกตรวจสอบว่าใช้อำนาจตามอำเภอใจหรือไม่ และศาลรธน.ก็มีหลักคิดว่าศาลรธน.เป็นองค์กรที่ถึงที่สุดด้วยตัวเอง ส่วนช่องทางถอดถอนนั้น ทางส.ว.ก็เขียนหลักการเป็น 2 ฝั่ง และขณะนี้ก็เกิดปัญหาสภาพบังคับแล้วว่าเสียงไม่พอถอดถอนศาลรธน. จะเห็นได้จากการโหวตที่แบ่งเป็นเห็นควรรับร่างกับไม่ควรรับร่าง ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าศาลยุติธรรมและศาลปกครองจะกล้าวินิจฉัยหรือไม่ว่า ศาลรธน.วินิจฉัยไม่ถูก ดังนั้นทุกฝ่ายควรจะหาทางออกให้ดีที่สุด