มติศาลรธน.3:2 รับคำร้องกลุ่ม 40 ส.ว. แต่ไม่ระงับการโหวต 22.00
นายสมฤทธิ์ ไชยวงค์ ทีมโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ แถลงภายหลังการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มีนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 เสียง รับคำร้องของนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และคณะกระทำการที่ส่อไปในทางกระทำความิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการและส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการตัดสิทธิของบุคคลในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญหรือไม่ ไว้พิจารณาวินิจฉัย เนื่องจากเห็นว่า คำร้องนี้เป็นกรณีที่ผู้ร้องใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญโดยอ้างว่าผู้ถูกร้องทั้ง 312 คนซึ่งเป็นส.ส.และส.ว.ได้ร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่..) พุทธศักราช.. ต่อนายสมศักดิ์ ผู้ถูกร้องที่ 1 โดยยกเลิกความในรัฐธรรมนูญมาตรา 68 แล้วเสนอเนื้อความใหม่ที่เป็นการยกเลิกสิทธิของชนชาวไทยในการที่จะใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญด้วยการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรงออกไป คงเหลือแต่เพียงให้บุคคลผู้ทราบการกระทำเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงเพียงประการเดียว และให้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญในกรรีที่บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทยเท่านั้น ไม่อาจใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญให้พ้นจากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญในลักษณะอื่นนอกเหนือจากการใช้สิทธิและเสรีภาพ อันเป็นการลิดรอนสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญของชนชาวไทย จึงมีมูลกรณีที่นายสมชายจะใช้สิทธิยื่นคำร้องเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบตามมาตรา 68 วรรคสอง ต้องด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรคสอง และข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย 2550 ข้อ 17(2)
นายสมฤทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่นายสมชายมีคำขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวสั่งให้รัฐสภาระงับการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญและลงมติในวาระที่ 1 นั้น ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ายังไม่ปรากฏมูลกรณีอันเป็นเหตุฉุกเฉิน หรือเหตุผลอันสมควรเพียงพอที่จะต้องมีคำสั่งดังกล่าว จึงมีคำสั่งให้ยกคำขอ และสั่งให้นายสมชายผู้ร้องทำสำเนาคำร้องส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 312 ชุดเพื่อส่งให้นายสมศักดิ์ และพวกยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับแต่วันได้รับหนังสือแจ้งหากไม่ยื่นภายในกำหนดถือว่าไม่ติดใจ และหลังจากที่ศาลได้รับคำชี้แจงทั้งหมดแล้วก็จะทำการตรวจสอบและพิจารณาว่าจะมีการกำหนดวิธีการพิจารณาคำร้องนี้อย่างไร
นายสมฤทธิ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับเหตุที่องค์คณะพิจารณาคำร้องนี้มีเพียง 5 คนก็เนื่องจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 คน คือนายชัช ชลวร นายนุรักษ์ มาประณีต นายเฉลิมพล เอกอุรุ และนายบุญส่ง กุลบุปผา ได้ลาประชุม และเดินทางไปต่างประเทศ ก่อนที่คำร้องนี้จะเข้ามายังสำนักงาน ซึ่งตามข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญมีตุลาการเข้าประชุม 5 คนก็ถือว่าเป็นองค์คณะพิจารณาได้ และเมื่อตุลาการ 4 คนกลับมาก็สามารถเข้าร่วมพิจารณาคำร้องได้
เมื่อถามว่า การที่ศาลรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแต่ไม่มีคำสั่งให้รัฐสภาระงับการพิจารณาไว้ก่อนจะทำให้เกิดปัญหาหรือไม่ นายสมฤทธิ์ กล่าวว่า ไม่เป็นปัญหา ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติสามารถเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปได้ และการที่ศาลฯรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยก็เพราะคำร้องต้องด้วยหลักเกณฑ์
เมื่อถามต่อว่าการไม่มีคำสั่งให้รัฐสภาระงับการพิจารณาแต่ต่อมาศาลวินิจฉัยว่าการแก้ไขดังกล่าวเป็นล้มล้างการปกครองจะมีผลอย่างไรหรือไม่ นายสมฤทธิ์ กล่าวว่า ไม่อยากให้มีการคาดการณ์เหตุการณ์ไปล่วงหน้า เพราะยังไม่มีการวินิจฉัย เรื่องจริงยังไม่เกิด ถ้าคาดการณ์กันไปก่อนก็จะเป็นการชี้นำได้





