"พล.อ.เปรม"บรรยายพิเศษ13ปีผู้ตรวจการฯ ย้ำคนไทยโชคดีที่มีในหลวงผู้ทรงสละเวลา 24 ชม. ทรงบรรลุหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากห้องวอเตอร์เกท บอลรูม โรงแรมอมารีวอร์เตอร์เกท สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมกับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นแห่งเอเซีย(เอโอเอ) จัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการและสัมมนาเชิงวิชาการในระดับนานาชาติเนื่องในโอกาศครบรอบ 13 ปี ผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองค์มนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานกล่าวเปิดงานพร้อมทั้งกล่าวบรรยายพิเศษเรื่อง “ผู้ตรวจการแผ่นดินความเป็นธรรมที่จับต้องได้” โดยมีนางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีราชา เจริญพาณิช และ นายประวิช รัตนเพียร ให้การต้อนรับ
พล.อ.เปรม กล่าวตอนหนึ่งว่า เมื่อครั้งที่ตนได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในระหว่าง ปี 2523-2531 ประเทศกำลังเผชิญปัญหา 3 ประการ ประกอบด้วย ความยากจน ยาเสพติด และการทุจริตในหน้าที่ แต่ปัญหาความยากจนกับยาเสพติด แม้จะเป็นเรื่องใหญ่และรุนแรงแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นภัยคุกคามต่อชาติเท่ากับการทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ เป็นเรื่องของจรรยาบรรณและคุณค่าของจริยธรรม ซึ่งใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างหรือนายจ้าง ล้วนถูกความโลภชักนำให้แสวงหาเงินทองเพื่อสร้างความร่ำรวยโดยไม่รู้จักเพียงพอ ไม่สนใจว่าการกระทำของตนจะผิดกฎหมายหรือไม่ คนกลุ่มนี้จะหลับตาให้กับจรรยาบรรณและจริยธรรม โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสองคำสะกดอย่างไรและเขียนอย่างไร มีแต่ความชั่วร้ายที่ฝังในความคิด
"การทุจริตในตำแหน่งหน้าที่สร้างความเสื่อมเสียอันน่าอับอายยิ่งแก่ประเทศของเรา เป็นการกระทำความชั่วที่ร้ายแรงที่สุด ซึ่งเราล้วนมีหน้าที่ต้องกำจัดและต่อต้าน ท่านมีหน้าที่เป็นบุคคลากรผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ ต้องพยายามที่จะหยุดยั้งจนถึงที่สุด มิเช่นนั้นประชาชนของท่านจะไม่มีวันหลุดพ้นจากห้วงแห่งความทุกข์ยากในการปฏิบัติหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์นี้ ท่านจะได้รับความร่วมมือจากประชาชนในทุกภาคส่วน ท่านต้องให้การศึกษาแก่ประชาชนเพื่อให้เห็นภาพว่าสถานการณ์จะเลวร้ายเพียงใด หากเรานิ่งเฉยมองข้าม และไม่ใยดีต่อปัญหานี้ หากเราไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยแก้ปัญหาใหญ่นี้แล้ว เราย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ไม่เคยตอบแทนพระคุณแผ่นดินแม่ และคนรุ่นหลังก็จะมองเราว่าเป็นคนเนรคุณ"พล.อ.เปรม กล่าว
พล.อ.เปรม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ปัญหาความความยากจน ยังคือโรคร้ายโดยธรรมชาติ ซึ่งสร้างความทุกข์ยากให้กับตนเองและครอบครัว ซึ่งต่างต้องดิ้นรนในการเลี้ยงชีพ แต่ก็มิใช่หมดหวัง หากเรียนรู้ว่าจะทำอย่างไรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม ทั้งนี้ประชาชนไทยโชคดีที่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงสละเวลา 24 ชั่วโมง แสวงหาแนวทางให้ประชาชน เป็นพลเมืองดี รู้จักรับใช้บ้านเมือง รู้จักต่อสู้กับความยากจน เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม พระองค์ทรงบรรลุหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่จะช่วยให้ประชาชนคนไทยมีชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้อย่างไร ด้วยการรู้จักหารายได้ และรู้จักใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีพ จึงกล่าวได้ว่าหลักแนวปรัชญาแนวใหม่ของพระองค์นำความหวังมาสู่ผู้ยากไร้ ซึ่งคนไทยทุกคนมีความโชคดีที่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นพ่อหลวงของคนไทย





