วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กิตติรัตน์'นั่งประธานกมธ.กู้เงิน2ล้านล้าน

กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.กู้เงิน2ล้านล้าน ตั้ง"กิตติรัตน์"ประธาน"วราเทพ-จาตุรนต์-วรวัจน์-กรณ์-ไพจิต-วิทยา"นั่งรองปธ.

คณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ... ได้ประชุมเป็นครั้งแรก โดยมีนายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมชั่วคราว เพื่อเลือกตำแหน่งต่างๆ ซึ่งที่ประชุมมีมติเลือกนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมาธิการฯ ทั้งนี้ ที่ประชุมยังเลือกรองประธานกรรมาธิการฯ อีก 6 คน ได้แก่ นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธานคนที่ 1 นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นรองประธานคนที่ 2 นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นรองประธานคนที่ 3 นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรองประธานคนที่ 4 นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย เป็นรองประธานคนที่ 5 และนายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรองประธานคนที่ 6 จากนั้นที่ประชุมได้เลือกนายพิชิต ชื่นบาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นเลขานุการกรรมาธิการฯ

สำหรับโฆษกกรรมาธิการฯ นั้นมีทั้งหมด 3 คน ได้แก่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ ได้แก่ นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รมว.คมนาคม นายชัย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเลือกรองประธานกรรมาธิการฯ นั้น เกิดการถกเถียงกันเล็กน้อย เนื่องจากที่ประชุมเลือกนายกรณ์เป็นรองประธานคนที่ 5 ซึ่งนายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ทักท้วงและขอให้นายกรณ์เป็นรองประธานคนที่ 3 เพื่อความเหมาะสม ทำให้นายวรวัจน์ต้องลุกขึ้นมาเจรจากับนายวิฑูรย์ สุดท้ายที่ประชุมจึงให้นายกรณ์เป็นรองประธานคนที่ 4 ส่วนกำหนดวันเวลาในการประชุมนั้น ที่ประชุมกำหนดให้มีการประชุมทุกวันจันทร์และวันอังคาร ตั้งแต่เวลา 13.30 - 21.00 น. ทั้งนี้ เบื้องต้นกำหนดให้มีการพิจารณาตามลำดับคือ 1.การตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของพ.ร.บ. ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาไม่นาน และอาจจะเชิญคณะกรรมการกฤษฎีกามาชี้แจง 2.เหตุผลและความจำเป็นในการกู้เงิน ความพร้อม และประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะเชิญสภาพัฒน์ฯ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานรัฐวิสาหกิจ และกระทรวงการคลังมาชี้แจง 3.ระเบียบวิธีการคลัง แหล่งเงิน กระบวนการตรวจสอบการใช้งบประมาณ ซึ่งจะเชิญธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลางมาชี้แจง 4.พิจารณาโครงการและบัญชีแนบท้าย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลานานที่สุดในชั้นนี้ และจะเชิญกระทรวงคมนาคมมาชี้แจง และ5.สรุปกฎหมายรายมาตรา ซึ่งจะพิจารณาถึงหลักการ เหตุผล และประโยชน์

นายวราเทพ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า จะมีการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 9 เม.ย. เพื่อพิจารณาหลักการและเหตุผล รวมถึงภาพรวมของกฎหมายฉบับนี้ว่า มีความจำเป็นต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมอย่างไร ที่มาของเงินที่จะมาลงทุนนั้นมาจากไหน และการบริหารจัดการโครงการรวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม สำนักงบประมาณ และสภาพัฒน์ฯ มาชี้แจงด้วย ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะเน้นเรื่องเนื้อหาสาระสำคัญ ดังนั้นจึงไม่ได้กำหนดว่าจะต้องแล้วเสร็จเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอยากให้มีการลงทุนภายในปี 2556 ดังนั้น กฎหมายดังกล่าวอาจจะให้คู่ขนานกับการใช้งบประมาณปี 2557 ซึ่งหากสามารถพิจารณาได้แล้วเสร็จเร็วก็อาจจะเข้าสู่การประชุมสภาสมัยวิสามัญในช่วงปลายเดือนพ.ค.ได้ แต่ถ้าหากไม่ทันก็จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในการเปิดประชุมสภาฯ สมัยสามัญทั่วไปในเดือนส.ค.ได้ เพื่อความรอบคอบ ไม่จำเป็นต้องเร่งรัด

นอกจากตำแหน่งต่างๆดังกล่าวแล้ว นายสามารถ เปิดเผยว่า ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ยังได้เสนอให้มีการตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการอีก 21 คน จากเดิมที่มีกรรมาธิการอยู่แล้วทั้งหมด 36 คน โดยยึดตามสัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรค ซึ่งข้อเสนอนี้ล้อมาจากการทำงานของคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาที่แต่ละคณะจะมีคณะที่ปรึกษาจำนวน 21 คนมาช่วยงาน โดยเบื้องต้นฝ่ายรัฐบาลได้รับข้อเสนอนี้ไปดูในรายละเอียด

"เราเสนอให้ตั้งที่ปรึกษาที่เป็นนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ทั้งด้านการเงิน การคลัง ระบบขนส่ง เพราะบางครั้งพวกเราที่เป็นกรรมาธิการก็อาจจะไม่มีเวลาหรือไม่มีความรู้พอ หากเป็นผู้เชี่ยวชาญก็จะมาช่วยดูในรายละเอียดได้" ส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว