"พงศ์เทพ"ย้ำรธน.50 มีแต่กติกาประหลาด-ขัดกันเอง ชี้แก้รายมาตราไม่ต้องรอประชามติ
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่จะมีการเปิดสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราในวันที่ 1-3 เม.ย. นี้ว่า ตามที่วิป 3 ฝ่ายหารือกัน จะใช้เวลา 3 วัน คือ วันที่ 1-3 เม.ย. ซึ่งเวลา 3 วันน่าจะเพียงพอสำหรับ3ร่างแก้ไขฯ ทั้งนี้ร่างแก้ไขบางเรื่องมีการเสนอตามคณะกรรมการศึกษาพิจารณาฯได้ศึกษาไว้แล้ว อาทิ ชุดของนายดิเรก ถึงฝั่ง ที่ศึกษาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว และหลายเรื่องมีการเสนอกันมาหลายรอบ ส่วนการแก้ไขมาตรา190 เป็นเรื่องทุกรัฐบาลจะเห็นว่าการสร้างเงื่อนไขมากมากไม่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อการทำสนธิสัญญาหรือเจรจากับต่างประเทศ เพราะบางครั้งผลประโยชน์ของประเทศเราไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเมื่อนำเข้าสภาฯ ฝ่ายที่เจรจาเขาก็รู้หมดว่าเราพูดอะไรในสภา
นายพงศ์เทพ กล่าวอีกว่า เรื่องรัฐธรรมนูญปี2550 ยกร่างในสมัยที่ไม่เป็นประชาธิปไตยโดยกลุ่มบุคคลที่ตั้งขึ้นมาโดยคณะผู้ยึดอำนาจคงไม่ได้มุ่งหวังว่าจะเป็นธรรมกับสังคมไทย จึงมีกติกาที่ประหลาดและขัดกับตัวเองมากมาย และศาลรัฐธรรมนูญทำให้กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับติดชะงัก เพราะสมาชิกสภาส่วนหนึ่งเห็นว่าบางประเด็นต้องรีบแก้ไข จะไปรอยกร่างใหม่ก็อาจจะไม่ทัน จึงเสนอเข้ามาที่เป็นเรื่องของสภาฯที่จะต้องพิจารณา
ส่วนความคืบหน้าในการทำงานของคณะทำงานเพื่อศึกษาการทำประชามตินั้น นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยยังไม่ได้ส่งรายงานกลับมา เข้าใจว่าบางมหาวิทยาลัยต้องใช้งบประมาณจึงทำให้การเริ่มต้นช้ากว่ามหาวิทยาลัยอื่น เมื่อถามว่าแสดงว่าการแก้ไขรายมาตราที่กำลังจะทำในสภาฯไม่ต้องรอการทำประชามติว่าผลจะออกมาอย่างไรใช่หรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวา ที่ให้มหาวิทยาลัยไปศึกษายังไม่ตอบกลับมา แต่การแก้ไขรายมาตราเป็นส่วนที่แยกกันได้กับการที่จะยกร่างใหม่ทั้งฉบับอยู่แล้ว เพราะที่ผ่านมาก็มีการแก้รายมาตรากันมาก่อน
เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจทำให้มีความขัดแย้งเกิดขึ้นอีกครั้ง รองนายกฯ กล่าวว่า ความเห็นแตกต่างมีได้ แต่ถ้าจะแสดงความเห็นแตกต่างก็ควรอยู่ในกรอบของกฎหมาย ในกรอบของประชาธิปไตย ถ้าไม่เห็นด้วยแล้วไปเคลื่อนไหวนอกกรอบประชาธิปไตย ท่านก็จะเป็นผู้ทำลายประชาธิปไตยเสียเอง ดังนั้นถ้าสังคมไทยส่วนใหญ่เป็นประชาธิปไตย ควรส่งสัญญาณให้คนที่เคลื่อนไหวได้ทราบว่านั่นคือสิ่งที่สังคมส่วนใหญ่ปรารถนา
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปศึกษาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมจากกลุ่มต่างตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายไปถึงไปแล้ว นายพงศ์เทพ กล่าวว่า”กฤษฎีกายังไม่แจ้งกลับมานะครับ”





