วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โพลล์ชี้ปชช.หนุนกู้2ล้านล้าน แต่ห่วงหนี้

เอแบคโพลล์ เผยปชช.หนุนกู้ 2 ล้านล้านพัฒนาประเทศ ระบบคมนาคม แต่หวั่นสร้างหนี้ คอร์รัปชันรุนแรง

นางสาวปุณฑรีย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาทในมุมมองของประชาชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร กาญจนบุรี สุพรรณบุรี สมุทรปราการ พะเยา เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ นครพนม สกลนคร สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น นครราชสีมา ชุมพร ตรัง และนครศรีธรรมราช จำนวนทั้งสิ้น 2,037 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 25 - 29 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้นที่สุ่มเลือกจังหวัด อำเภอ ตำบล ชุมชน ครัวเรือน และประชาชนที่ตอบแบบสอบถามระดับครัวเรือน ความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 7 พบว่า กลุ่มตัวอย่างเกือบร้อยละร้อยติดตามข่าวการเมืองเป็นประจำทุกสัปดาห์

หลังจากที่สภาได้ผ่าน พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เราจึงนำเสนอความคิดเห็นของประชาชนต่อประเด็นดังกล่าวนี้ทั้งในแง่ของข้อดีและข้อเสีย พบว่าเมื่อสอบถามถึงข้อดีกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.2 คิดว่าการกู้เงินครั้งนี้จะสามารถพัฒนาประเทศไปในทางที่ดีขึ้นได้ รองลงมาร้อยละ 14.0 คิดว่าระบบการคมนาคมของประเทศจะดีขึ้น ร้อยละ 7.4 คิดว่าเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น ร้อยละ 6.6 คิดว่าประชาชนจะมีความกินดีอยู่ดีมากยิ่งขึ้น ร้อยละ 3.5 คิดว่าจะมีการพัฒนาด้านสวัสดิการสังคมมากยิ่งขึ้น และอื่นๆ อาทิ การพัฒนาด้านการศึกษา การส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาธิปไตย เป็นต้น

ส่วนข้อเสียพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.1 ระบุว่าเป็นการสร้างภาระหนี้สินให้กับประชาชน รองๆ ลงมา ร้อยละ 15.6 ระบุเป็นต้นตอของปัญหาทุจริต คอรัปชั่นให้รุนแรงขึ้น ร้อยละ 5.5 ระบุทำให้ประชาชนต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของนักการเมือง ร้อยละ 4.4 ระบุค่าครองชีพสูงขึ้น ร้อยละ 2.9 ระบุไม่คุ้มกับประโยชน์ที่จะได้รับ และอื่นๆ อาทิ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศแย่ลง เงินรั่วไหล อาจทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมา เป็นต้น

เมื่อสอบถามเกี่ยวกับความวางใจต่อความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณระหว่างรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคเพื่อไทย พบว่ากลุ่มตัวอย่างกว่าหนึ่งในสามหรือร้อยละ 38.0 วางใจต่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 29.1 วางใจต่อรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ และร้อยละ 32.9 ไม่ทราบ/ไม่มีความเห็น

กลุ่มตัวอย่างเกินกว่าครึ่งหรือร้อยละ 57.1 เห็นชัดเจนว่าเงินทุกบาทที่ใช้จ่ายในแต่ละวันเป็นการผ่อนชำระหนี้เงินกู้ที่รัฐบาลต่างๆ เคยกู้มาจากต่างชาติ ซึ่งเห็นได้จากค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น เช่น ราคาสินค้า บริการ น้ำมัน เชื้อเพลิง เป็นต้น ในขณะที่ร้อยละ 42.9 ระบุไม่เห็นชัดเจน