วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'คำนูณ'ห่วงแก้รธน.ม.190 เปิดช่องคอร์รัปชัน

"คำนูณ"ห่วงแก้รธน.ม.190 เปิดช่องคนของรัฐแสวงประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อน ด้าน"นักวิชาการ"ชี้แก้รธน.ต้องไม่ให้การเมืองแทรก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา มีคำสั่งนัดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่....) พ.ศ..... รวม 3 ฉบับ ตามที่สมาชิกรัฐสภา ได้เสนอ ในวันที่ 1 เม.ย. เวลา 10.30 น. ซึ่งบรรจุเรื่องดังกล่าวไว้ในเรื่องด่วนลำดับที่ 1 - 3 สำหรับความเคลื่อนไหวของส.ว.ต่อประเด็นการเตรียมตัวอภิปรายเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พบว่ามีส.ว.มาร่วมลงชื่อเพื่อขออภิปรายแล้ว จำนวน 52 คน ทั้งนี้ในวันที่ 1 เม.ย. จะมีการจับฉลากเพื่อเรียงลำดับ อนึ่งวุฒิสภาได้รับการจัดสรรเวลาอภิปรายรวมทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง หรือ 480 นาที ดังนั้นคาดว่าส.ว.จะได้เวลาอภิปรายคนละ 8 นาที

นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่ได้มีการนำเสนอ เพราะไม่ตอบโจทย์ของการแก้ปัญหาความขัดแย้งของสังคม มองว่าความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญของกลุ่มส.ว.เลือกตั้ง ที่จะหมดวาระดำรงตำแหน่งในปีหน้า และ ส.ว.พรรคเพื่อไทย เป็นการผลัดกันเกาหลังและเพื่อประโยชน์ของแต่ละฝ่าย สำหรับมาตราที่มีความน่าเป็นห่วงคือ มาตรา 68 ว่าด้วยอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ถ้ามีการแก้ไขโดยให้สิทธิ์ประชาชนยื่นคำร้องต่ออัยการเท่านั้นจะเป็นการนำไปสู่การกำจัดอุปสรรคของการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และ มาตรา 190 ที่ได้แก้ไขถ้อยคำในวรรคสอง จากคำว่า "เขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ" ไปเป็นเพียงคำว่า "เขตอำนาจแห่งรัฐ" รวมถึงได้ตัดประเด็นหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมหรือผูกพันด้านการค้า การลงทุน ออกไป ส่อต่อการหมกเม็ดในพฤติกรรมของรัฐบาลในการเข้าไปเจรจาผลประโยชน์ทางทะเลอ่าวไทย เช่น แหล่งปิโตเลียม ที่ประเทศไทยมีพื้นที่ที่ทับซ้อนกับประเทศกัมพูชา เพราะหากตัดถ้อยคำดังกล่าวออกจะไม่เป็นการเปิดโอกาสให้รัฐสภาพิจารณารายละเอียดของกรอบเจรจาหรือกรอบสัญญาที่จะดำเนินการกับต่างประเทศ และส่อให้เกิดการหาประโยชน์เข้าตัวเอง และคอรัปชั่นได้ง่าย

ขณะที่นายกิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ขณะนี้ทีมที่ปรึกษาฯ ยังไม่มีการหารือในประเด็นการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่รัฐสภาจะพิจารณาช่วงวันที่ 1 -3 เม.ย. นี้ แต่ที่ผ่านมาทีมที่ปรึกษาเคยนำเสนอไว้ว่าหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นตามมา เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีส.ว.มาจากการเลือกตั้ง ต้องยอมรับว่าไม่ว่าการสรรหา หรือเลือกตั้ง ล้วนมีข้อดี แต่หากยังมีปัญหาที่วุฒิสภาถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองได้ ต้องหาวิธีแก้ไข โดยต้องได้รับความไว้ใจ ไม่ใช่ยึดแค่คะแนนเสียงข้างมาก ไม่เช่นนั้นการชุมนุมต่อต้านจะเกิดขึ้นได้

นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ที่ส.ว.บางฝ่ายวิตกว่าจะทำให้เกิดการหมกเม็ดกระทำที่แสวงหาประโยชน์ส่วนตัวของผู้มีอำนาจในรัฐบาล ด้วยการเปลี่ยนถ้อยคำให้เหลือเพียง "เขตอำนาจแห่งรัฐ" นั้น ตนมองว่ามีความจำกัดความที่กว้างกว่าคำว่า "เขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ" เพราะไม่จำเพาะเฉพาะพื้นที่ที่รัฐมีอำนาจอธิปไตยเท่านั้น แต่หมายถึงพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่รัฐสามารถเข้าไปหาประโยชน์ได้ เช่นพื้นที่ 20 ไมล์ทะเล เป็นต้น