"วราเทพ"แจงทุกประเด็นที่ยังมีข้อสงสัยต่อพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ที่ผ่านสภาไปแล้วในวาระแรก
นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ"รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน"ว่า หลังจากที่พ.ร.บ.กู้เงินผ่านสภาวาระแรกไปแล้ว แต่ยังมีข้อสงสัยในประเด็นต่างๆ
นายวราเทพ กล่าวว่า พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้าน ไม่ขัดกฏหมายรัฐธรรมนูญ เพราะตั้งรธน.ปี 2492 เงินกู้ไม่ได้ขัดแย้งรธน.แน่ เพราะมีการดูวินิจฉัยการจ่ายเงิน
นายวราเทพ กล่าวว่าในประเด็น การออกเป็นพ.ร.บ.กู้เงิน2ล้าล้านบาท โดยที่ไม่ใช้เงินในงบประมาณราจ่ายประจำปี เพราะเกิดความไม่แน่นอน และอาจจะสะดุดหยุดลงได้ ในการนำเงินไปใช้ และอาจเกิดความผันผวนทางการเมือง และงบประมาณรายจ่ายประจำปี ยังมีการลงทุนด้านอื่น เช่น การศึกษา การพัฒนาคน ดังนั้นการออกพ.ร.บ.กู้เงิน สามารถช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน และมั่นใจได้ว่า โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จะดำเนินการได้ต่อเนื่องไม่สะดุด
นายวราเทพ กล่าวอีกว่าพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ไม่ได้"ตีเช็คเปล่า" เพราะมีบัญชีแนบท้ายชัดเจนในการดำเนินโครงการ เพื่อให้สภาพิจารณารายละเอียด และแปรญัตติ การที่จะกลับมาแก้ไขรายละเอียดใดๆ รัฐบาลไม่สามารถทำได้ ต่างจากพ.ร.ก.ไทยเข้มแข็งที่ไม่มีรายละเอียดโครงการใดๆในการใช้จ่ายเงิน
"ยืนยันว่ารัฐบาลเปลี่ยนแปลงไม่ได้แน่นอน เพราะมีบัญชีแนบท้าย จึงไม่ได้ตีเช็คเปล่าอย่างที่ฝ่ายค้านว่า เพราะเปลี่ยนแปลงโครงการไม่ได้ที่จะนำเข้าหรือเอาออกของโครงการ"นายวราเทพ กล่าว
นายวราเทพ กล่าวว่า ส่วนความโปร่งใสการเบิกจ่ายเงินรัฐบาลมีการคำนึงอยู่แล้ว โดยเฉพาะการประกาศราคากลาง รวมไปถึงเงินกู้ต้องดำเนินการเงินกู้เป็นไปตามการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุ ข้อ6 นอกจากนี้จะมีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยเฉพาะกรรมาธิการสามารถเรียกตรวจสอบได้ทุกคณะอยู่แล้ว
นายวราเทพ กล่าว ประเด็นการกู้เงินของพ.ร.บ.ฉบับนี้ ที่มีการกล่าวกันว่าจะสร้างหนี้ 50 ปี ว่าอย่าดูด้านเดียวเฉพาะหนี้ ต้องดูทั้งสองด้าน โดยเฉพาะระบบการขนส่ง ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่จะสร้างรายได้ด้วย รัฐบาลไม่ได้กู้เงินมาแจก แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ทรัพย์สินจะอยู่กับประเทศเป็นร้อยๆปี ถือเป็นการสร้างประโยชน์ให้ประเทศได้มาก
"ต้องบอกว่านี้คือโอกาส ถ้าไม่ทำวันนี้ จะเสียโอกาสมาก เพราะทั้งคนไทย และต่างชาติได้ใช้ สร้างแล้วได้รายได้จากค่าโดยสาร การท่องเที่ยว และประหยัดต้นทุนสินค้าที่จะส่งสินค้าไปต่างประเทศ"นายวราเทพ กล่าว





